“สุริยะ” ปลื้ม สศอ.ปรับประมาณการดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ปีนี้เพิ่มขึ้นเป็นขยายตัว 5.2% GDP ภาคอุตสาหกรรมโต 3.9% หลัง 10 เดือนแรกโตต่อเนื่อง ประมาณการปี 2565 MPI โต 4-5% GDP อุตสาหกรรมโต 2.5-3.5% แต่ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงต้องติดตามทั้งโควิดสายพันธุ์


นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) เปิดเผยว่า แนวโน้มภาคการผลิตของไทยเริ่มฟื้นตัวต่อเนื่อง สะท้อนจากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม หรือ MPI เดือนตุลาคม 2564 ระดับ 97.99 ขยายตัว 2.91% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ MPI 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค.) อยู่ที่ 97.26 ขยายตัว 5.93% ดังนั้น สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) จึงได้ทำการปรับประมาณการ MPI ปี 2564 ขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 5.2% จากเดิม 4-5% ส่วน GDP ภาคอุตสาหกรรมขยายตัวเป็น 3.9% จากเดิม 3-4% และในปี 2565 ประมาณการ MPI ขยายตัว 4.0-5.0% ส่วน GDP ภาคอุตสาหกรรมขยายตัว 2.5-3.5%

“ดัชนีผลผลิตอุตฯ ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก หลังจากที่หลายประเทศเริ่มคลายมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้ความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้นส่งผลให้ภาคการส่งออกของไทยเติบโต โดยปีนี้คาดว่าจะโต 15-16% จากปีก่อนและมองว่ายังเป็นปัจจัยหนุนในปีหน้า รวมถึงมาตรการรัฐบาลที่ได้เข้ามาสนับสนุนการดูแลค่าครองชีพ และการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1 พ.ย. เป็นต้นไป ก็จะทำให้ภาพการผลิตของไทยทยอยปรับตัวได้มากขึ้น อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยเสี่ยงในเรื่องของโควิด-19 ที่ต้องติดตามใกล้ชิดโดยเฉพาะสายพันธุ์ใหม่ๆ” นายสุริยะกล่าว

นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า ดัชนีผลผลิตอุตฯ เดือนต.ค. อยู่ที่ระดับ 97.99 ถือเป็นค่าดัชนีที่เข้ามาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2562 ซึ่งเป็นปีก่อนเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนตุลาคมอยู่ที่ระดับ 64.07 โดย 10 เดือนอัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 63.26 ส่งสัญญาณดีขึ้น จากสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของแรงงานในสถานประกอบการที่ทยอยปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ ขณะที่ความต้องการซื้อสินค้าในประเทศและต่างประเทศเริ่มขยายตัวในหลายสินค้า หลังจากภาครัฐผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยฟื้นตัว นอกจากนี้ มีคำสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าเพื่อใช้ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่โดยเฉพาะภาคส่งออกที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องทำให้คาดว่า MPI เดือน พ.ย.จะเติบโตได้ต่อ

"สศอ.ยังคงต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงใกล้ชิดโดยเฉพาะไวรัสกลายพันธุ์โอไมครอน ทั้งต่างประเทศและไทย โดยไทยนั้นก็ต้องดูว่ารัฐบาลจะมีมาตรการดูแลอย่างไรในระยะต่อไป แต่ในส่วนของการควบคุมการแพร่ระบาดของทุกส่วน ก็ยังคุมเข้มโดยเฉพาะ Bubble and Sea ในโรงงาน ประกอบกับแรงงานส่วนใหญ่มีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว โดยมองว่าปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอีกคือการขาดแคลนแรงงานระดับเข้มข้นที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของภาคการผลิต ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูง การขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงหนี้ภาคครัวเรือนของไทยที่สูงขึ้น" นายทองชัยกล่าว

ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

เลขที่ 57 ชั้น 6 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม
ถนน พระสุเมรุ (บางลำภู) เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
โทรศัพท์ : (66) 02-280-7272 อีเมล : contact@ee.mail.go.th
Fax : (66) 02-280-7277, (66) 02-280-7273

Copyright © 2021 Electrical and Electronics Institute. All Rights Reserved