สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

ยุทธศาสตร์ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ตลาดอาเซียน)

- เสริมสร้างความสัมพันธ์ในลักษณะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ (partnership) กับประเทศอาเซียน โดยให้ความสำคัญกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อกระชับความเชื่อมโยงมิติการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างกัน (ASEAN connectivity) สู่การพัฒนาและเติบโตไปด้วยกัน

- เร่งรัดการขยายการส่งออกเชิงรุก ด้วยกลยุทธ์เจาะลึกตลาดอาเซียน (deepening ASEAN) เจาะตลาดเมืองรองที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ ยกระดับตลาดในเมืองหลวง โดยผลักดันสินค้าที่มีมูลค่าสูง/สินค้านวัตกรรม/มีแบรนด์/มีการออกแบบที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด (demand driven)

- ขยายช่องทางจำหน่ายที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตสมัยใหม่และการบริโภคยุคสังคมเมือง

- ส่งเสริมผู้ประกอบการไทยสร้างเครือข่ายธุรกิจ และเจรจาการค้ากับผู้ประกอบการประเทศอาเซียน เพื่อขยายตลาดส่งออก

- ส่งเสริมการรวมกลุ่มพันธมิตรระหว่างผู้ประกอบการไทย / อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการไทย ในการดำเนินธุรกิจ/ขยายธุรกิจในประเทศอาเซียน

 

กิจกรรมส่งเสริมการตลาด ปีงบประมาณ 63

- โครงการเจรจาเจาะตลาดสินค้า Supply Chain ในเวียดนามใต้ ณ นครโฮจิมินห์ (14 ก.ค. 63)

- โครงการบุกเจาะตลาดการค้าในหัวเมืองหลักทางเศรษฐกิจในอาเซียน นครโฮจิมินห์ (รอยืนยันช่วงเวลา)

- จัดงานแสดงสินค้าสุดยอดแบรนด์ไทย (TOP Thai Brands 2020) ณ นครโฮจิมินห์ (รอยืนยันช่วงเวลา) และ กรุงฮานอย (9-12 ก.ค. 63)

- จัดงานแสดงสินค้าไทย (Mini Thailand Week 2020) ณ เมืองไฮฟอง (25-28 มิ.ย. 63) และเมืองเกิ่นเทอ (3-5 ก.ค. 63)

- จัดกิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าไทยภายใต้แนวคิด “Think Thailand” ผ่านช่องทางสื่อออนไลน์

 

สรุปภาพรวมเศรษฐกิจเวียดนาม

- รัฐบาลเวียดนามมีนโยบายอุดหนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ โดยการปรับลดค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนร้อยละ 50 โดยจะมีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563

- Fitch Solutions ได้ปรับการคาดการณ์ GDP ในปี 2020 จะอยู่ที่ร้อยละ 3 จากที่เคยประกาศไว้ที่ร้อยละ 2.8 เมื่อไตรมาสที่ 2

ตาราง แสดงมูลค่าการนำเข้าสินค้าของเวียดนามจากประเทศต่างๆ 10 อันดับแรก ในปี 2017-2019

ประเทศคู่ค้า

มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2017

2018

2019

2019/2018

1.จีน

71,642

83,687

98,004

17.11

2.เกาหลีใต้

47,754

48,622

48,178

-0.91

3.ญี่ปุ่น

15,060

16,412

16,494

0.50

4.ไทย

11,605

12,844

12,060

-6.10

5.สิงคโปร์

12,291

12,026

12,963

7.79

6.ฮ่องกง

10,286

10,661

10,288

-3.50

7.ไต้หวัน

9,801

10,151

10,252

0.99

8.สหรัฐอเมริกา

8,134

9,675

10,883

12.49

9.มาเลเซีย

6,435

8,514

8,386

-1.50

10.อินเดีย

8,157

6,713

5,508

-17.95

ที่มา: Global Trade Atlas รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์โดยฝ่ายยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

 

จากตารางแสดงมูลค่าการนำเข้าสินค้าของเวียดนามจากประเทศต่างๆ 10 อันดับแรก ในปี 2017-2019 พบว่า จีนเป็นประเทศคู่ค้าอันดับ 1 ของเวียดนาม โดยในปี 2019 เวียดนามมีมูลค่าการนำเข้าจากจีน 98,004 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าที่เวียดนามนำเข้าจากจีน เช่น เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เหล็กและเหล็กกล้า เป็นต้น ในขณะที่ ประเทศที่เวียดนามนำเข้าสินค้ามากเป็นอันดับ 2 คือ เกาหลีใต้ มีมูลค่าการนำเข้า 48,178 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าที่เวียดนามนำเข้าจากเกาหลีใต้ เช่น เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องอุปกรณ์ที่ใช้ในทางทัศนศาสตร์ การถ่ายรูป การถ่ายทำภาพยนตร์ และเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เป็นต้น และญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เวียดนามนำเข้ามากเป็นอันดับ 3 มีมูลค่าการนำเข้า 16,494 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าที่เวียดนามนำเข้าจากญี่ปุ่น เช่น เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เหล็กและเหล็กกล้า เป็นต้น

ตาราง มูลค่าการส่งออกสินค้าของเวียดนามไปยังประเทศต่างๆ 10 อันดับแรก ในปี 2017-2019

ประเทศคู่ค้า

มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2017

2018

2019

2019/2018

1.สหรัฐอเมริกา

46,477

49,174

66,680

35.60

2.จีน

40,475

54,216

64,078

18.19

3.ญี่ปุ่น

18,540

21,115

22,495

6.54

4.เกาหลีใต้

16,177

19,643

21,072

7.27

5.ฮ่องกง

8,554

9,220

10,882

18.03

6.เยอรมัน

8,616

8,718

7,999

-8.25

7.อินเดีย

4,224

7,216

7,452

3.27

8.สหราชอาณาจักร

7,004

6,846

6,156

-10.08

9.เนเธอร์แลนด์

5,394

5,875

6,904

17.51

10.ไทย

5,020

5,730

5,529

-3.51

ที่มา: Global Trade Atlas รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์โดยฝ่ายยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

จากตารางแสดงมูลค่าการส่งออกสินค้าของเวียดนามไปยังประเทศต่างๆ 10 อันดับแรก ในปี 2017-2019 พบว่า สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศคู่ค้าอันดับ 1 ของเวียดนาม ในปี 2019 โดยเวียดนามส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐอเมริกา 66,680 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าที่เวียดนามส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา เช่น เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องแต่งกายถักแบบนิตหรือแบบโครเชต์ และรองเท้า เป็นต้น อันดับ 2 คือ จีน เวียดนามส่งออกสินค้าไปยังจีน 64,078 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าที่เวียดนามส่งออกไปยังจีน เช่น เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า ฝ้าย และรองเท้า เป็นต้น และอันดับ 3 คือ ญี่ปุ่น โดยเวียดนามส่งออกสินค้าไปยังญี่ปุ่น 22,495 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าที่เวียดนามส่งออกไปยังญี่ปุ่น เช่น เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องแต่งกาย เป็นต้น


ข้อมูลพื้นฐาน

อาเซียน                               เวียดนามเป็นสมาชิกอาเซียนเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2538

ชื่อเต็ม                                สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam)

ที่ตั้ง                                   ทิศตะวันตกของคาบสมุทรอินโดจีน มีความโดดเด่นในการมีอาณาเขตติดกับทะเลยาวถึง 3,444 กิโลเมตร ซึ่งเอื้ออำนวยต่อการทำประมง และการทำท่าเรือน้ำลึก ซึ่งใช้เป็นทางขนส่งสินค้าไปยังตลาดโลกได้ เวียดนามมีพรมแดนติดกับจีนตอนใต้ จึงสามารถส่งผลสินค้าไปยังจีนได้

พื้นที่                                  331,690 ตารางกิโลเมตร

อาณาเขตติดต่อ                     ทิศเหนือติดกับประเทศจีน

ทิศใต้และทิศตะวันออกเฉียงใต้ ติดกับอ่าวไทย

ทิศตะวันออกติดกับทะเลจีนใต้

ทิศตะวันตกติดกับ สปป.ลาว และประเทศกัมพูชา

ภูมิอากาศ                           มีสภาพอากาศที่หลากหลาย เพราะภูมิประเทศเป็นแบบคาบสมุทร ซึ่งมีระยะทางจากภาคเหนือจรดภาคใต้ที่ยาวมาก และมีระดับความสูงต่ำของพื้นที่ที่แตกต่างกัน เวียดนามทางตอนใต้ มีภูมิอากาศคล้ายประเทศไทยคือประมาณ 27-30 องศาเซลเซียส และมี 2 ฤดู คือ ฤดูฝน (พ.ค.-ต.ค.) และฤดูร้อน (พ.ย.-เม.ย.) เวียดนามทางตอนเหนือมี 4 ฤดู คือ ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค.-เมย) ฤดูร้อน (พ.ค.-ส.ค.) ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย-พ.ย.) ฤดูหนาว (ธ.ค.-ก.พ.)

เมืองหลวง                           กรุงฮานอย (Ha Noi)

เมืองสำคัญ                          นครโฮจิมินห์ ไฮฟอง เกิ่นเทอ ดานัง และวินห์ เป็น 5 เมืองที่มีสถานะเป็นเทศบาลนคร บริหารจากส่วนกลางในระดับเดียวกับจังหวัด

เวลา                                  เท่ากับประเทศไทย (GMP+7)

ประชากร                            97 ล้านคน (ปี 2019)

ศาสนา                               พุทธ (7.9%) คริสต์ (คาทอลิก 6.6% โปรเตสแตนต์ 0.9%) ลัทธิฮหว่าหาว (1.7%) ลัทธิกาวด่าย (0.9%) อิสลาม (0.1%) ไม่นับถือศาสนา (81.8%)

ภาษา                                 ภาษาราชการและที่ใช้ในชีวิตประจำวัน คือ ภาษาเวียดนาม และใช้ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และจีนในการติดต่อทางธุรกิจ

การปกครอง                         ระบบสังคมนิยม

สกุลเงิน                              ดองเวียดนาม (VND) อัตราแลกเปลี่ยน 1 THB = 741.29 VND (ตุลาคม 2563)

GDP (US$ bn)                     261.6 (ปี 2019)

GDP per capita (US$)          2,739.8 (ปี 2019)

Real GDP growth (%)          6.5 (ปี 2019)

Inflation (%)                      3.6 (ปี 2019)

ตาราง มูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 10 อันดับแรกที่ไทยนำเข้าจากเวียดนาม

 

ผลิตภัณฑ์

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2017

2018

2019

2018

2019

1.เครื่องโทรศัพท์ และอุปกรณ์

1,084

975

746

-10.06

-23.52

2.ส่วนประกอบของเครื่องอุปกรณ์สำหรับการส่งหรือการรับเสียง ภาพ

48

174

202

262.50

16.35

3.เครื่องรับโทรทัศน์

246

186

185

-24.39

-0.39

4.วงจรพิมพ์ (Printed Circuit)

38

66

68

73.68

4.23

5.แผงสวิตซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า

34

69

57

102.94

-18.31

6.สายไฟฟ้า ชุดสายไฟ

36

46

52

27.78

12.73

7.มอเตอร์ไฟฟ้า

52

46

50

-11.54

8.3

8.กล้องถ่ายบันทึกภาพและส่วนประกอบ

48

40

38

-16.67

-3.98

9.เครื่องพิมพ์ เครื่องทำสำเนา

30

36

37

20.00

2.65

10.ตัวนําไฟฟ้า

26

26

33

0.00

26.87

รวมมูลค่านำเข้าทั้งหมด

2,123

2,181

2,010

-7.82

2.73

ที่มา: ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ )E&E Intelligence Unit: EIU) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

 

จากตารางมูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยจากเวียดนาม 10 อันดับแรก แสดงให้เห็นว่า ในปี 2019 ไทยนำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากเวียดนาม คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าทั้งหมด 2,010 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 2.73 โดยสินค้านำเข้าอันดับ 1 ได้แก่ เครื่องโทรศัพท์ และอุปกรณ์ โดยมีมูลค่าการนำเข้า 746 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีอัตราการหดตัวมากถึงร้อยละ 23.25 อันดับ 2 ได้แก่ ส่วนประกอบของเครื่องอุปกรณ์สำหรับการส่งหรือการรับเสียง ภาพ โดยมีมูลค่าการนำเข้า 202 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 16.35 และสินค้าที่ไทยนำเข้าจากเวียดนามมากเป็นอันดับ 3 ได้แก่ เครื่องรับโทรทัศน์ โดยมีมูลค่า 185 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการหดตัวร้อยละ 0.39 ซึ่งลักษณะการนำเข้าสินค้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยจากเวียดนาม จะเป็นการนำเข้าเพื่อผลิตและประกอบต่อในไทย เนื่องจากไทยยังคงเป็นฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญของอาเซียน

ตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของเวียดนาม 10 อันดับแรก ปี 2019

เวียดนามนำเข้าจากประเทศคู่ค้า 10 อันดับแรก

ปี 2019

ประเทศ

มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

+/- (%)

1.จีน

33,122

31.82

2.เกาหลีใต้

25,093

1.10

3.สิงคโปร์

5,614

29.59

4.ฮ่องกง

5,614

10.64

5.ญี่ปุ่น

4,804

-0.48

6.ไทย

2,551

4.42

7.มาเลเซีย

2,448

15.80

8.สหรัฐอเมริกา

1,865

10.22

9.ไต้หวัน

1,333

11.92

10.ฟิลิปปินส์

609

39.36

ที่มา: Global Trade Atlas รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์โดยฝ่ายยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

จากตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของเวียดนาม 10 อันดับแรก ปี 2019 พบว่า เวียดนามนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากจีนมากเป็นอันดับ 1 มูลค่า 33,122 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 31.82 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เวียดนามนำเข้าจากจีน เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) ส่วนประกอบของเครื่องอุปกรณ์สำหรับการส่งหรือการรับเสียง ภาพ และโซล่าร์เซลล์ เป็นต้น อันดับ 2 คือ เกาหลีใต้ เวียดนามนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากเกาหลีใต้ มูลค่า 25,093 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีอัตราการขยายตัวเล็กน้อย ร้อยละ 1.10 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เวียดนามนำเข้าจากเกาหลีใต้ เช่น ส่วนประกอบของเครื่องอุปกรณ์สำหรับการส่งหรือการรับเสียง ภาพ วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) และกล้องถ่ายบันทึกภาพและส่วนประกอบ เป็นต้น และอันดับ 3 คือ สิงคโปร์ เวียดนามนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากสิงคโปร์ มูลค่า 5,614 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 29.59 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เวียดนามนำเข้าจากสิงคโปร์ เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) Mobile Telephone และส่วนประกอบของเครื่องอุปกรณ์สำหรับการส่งหรือการรับเสียง ภาพ เป็นต้น ในขณะที่ไทยเป็นประเทศอันดับที่ 6 ที่เวียดนามนำเข้าสินค้า โดยมีมูลค่า 2,551 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 4.42 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เวียดนามนำเข้าจากไทย เช่น เครื่องปรับอากาศ ไดโอด ทรานซิสเตอร์ กลอุปกรณ์กึ่งตัวนํา และตู้เย็น เป็นต้น



ตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของเวียดนาม 10 อันดับแรก ปี 2019

เวียดนามส่งออกไปยังประเทศคู่ค้า 10 อันดับแรก

ปี 2019

ประเทศ

มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

+/- (%)

1.จีน

36,509

4.01

2.สหรัฐอเมริกา

24,560

84.51

3.เกาหลีใต้

10,408

23.95

4.ฮ่องกง

8,886

19.32

5.ญี่ปุ่น

5,691

4.88

6.อินเดีย

4,272

12.66

7.เนเธอร์แลนด์

3,921

25.11

8.ออสเตรีย

3,366

-20.52

9.เยอรมนี

3,273

-15.75

10.สหราชอาณาจักร

3,041

-22.54

ที่มา: Global Trade Atlas รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์โดยฝ่ายยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

การส่งออกชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของเวียดนาม ในปี 2019 เวียดนามส่งออกไปยังจีนมากเป็นอันดับ 1 โดยมีมูลค่า 36,509 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 4.01 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เวียดนามส่งออกไปจีน เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) ส่วนประกอบของเครื่องอุปกรณ์สำหรับการส่งหรือการรับเสียง ภาพ และกล้องถ่ายบันทึกภาพและส่วนประกอบ เป็นต้น อันดับ 2 คือ สหรัฐอเมริกา เวียดนามส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกามูลค่า 24,560 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 84.51 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เวียดนามส่งออกไปสหรัฐอเมริกา เช่น Mobile Telephone อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการส่งหรือการรับ เปลี่ยนเสียง ภาพ หรือ ข้อมูลต่างๆ และวงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) เป็นต้น และอันดับ 3 คือ เกาหลีใต้ เวียดนามส่งออกไปยังเกาหลีใต้ มูลค่า 10,408 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีอัตราขยายตัวร้อยละ 23.95 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เวียดนามส่งออกไปเกาหลีใต้ เช่น ส่วนประกอบของเครื่องอุปกรณ์สำหรับการส่งหรือการรับเสียง ภาพ กล้องถ่ายบันทึกภาพและส่วนประกอบ และ Mobile Telephone เป็นต้น ในขณะที่เวียดนามส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปยังไทยมากเป็นอันดับที่ 14 โดยมีมูลค่า 2,010 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีอัตราการหดตัวร้อยละ 7.84 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เวียดนามส่งออกไปไทย เช่น Mobile Telephone ส่วนประกอบของเครื่องอุปกรณ์สำหรับการส่งหรือการรับเสียง ภาพ และเครื่องรับโทรทัศน์ เป็นต้น

ตาราง มูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 10 อันดับแรกที่ไทยส่งออกไปยังเวียดนาม

 

ผลิตภัณฑ์

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2017

2018

2019

2018

2019

1.เครื่องปรับอากาศ

418

496

531

18.66

7.01

2.ไดโอด ทรานซิสเตอร์ กลอุปกรณ์กึ่งตัวนํา

276

161

231

-41.67

43.63

3.ตู้เย็น

126

165

165

30.95

-0.18

4.เครื่องอุปกรณ์สำหรับการส่งหรือการรับเสียง ภาพ

90

166

163

84.44

-1.47

5.สายไฟฟ้า ชุดสายไฟ

20

28

119

40.00

325.32

6.หม้อสะสมไฟฟ้า

172

159

107

-7.56

-32.77

7.เครื่องซักผ้า

105

119

99

13.33

-16.62

8.แผงสวิตซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า

77

77

88

0.00

13.62

9.เครื่องเปลี่ยนไฟฟ้า

71

103

85

45.07

-18.09

10.วงจรพิมพ์ (Printed Circuit)

52

73

79

40.38

7.45

รวมมูลค่าส่งออกทั้งหมด

2,473

2,443

2,551

-1.21

4.42

ที่มา: ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ )E&E Intelligence Unit: EIU) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

จากตารางมูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยไปยังเวียดนาม 10 อันดับแรก แสดงให้เห็นว่า ในปี 2019 ไทยส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปยังเวียดนาม คิดเป็นมูลค่าส่งออก 2,551 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 4.42 โดยสินค้าส่งออกอันดับ 1 ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ มีมูลค่าการส่งออก 531 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 7.01 สินค้าส่งออกอันดับ 2 ได้แก่ ไดโอด ทรานซิสเตอร์ กลอุปกรณ์กึ่งตัวนํา มีมูลค่าการส่งออก 231 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 43.63และสินค้าส่งออกอันดับ 3 ได้แก่ ตู้เย็น มีมูลค่าการส่งออก 165 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการหดตัวร้อยละ 0.18 ซึ่งลักษณะการส่งออกของไทยไปเวียดนามเป็นการส่งออกชิ้นส่วนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเพิ่มมูลค่าสินค้าต่อไป

      วิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขันทางการค้าของเวียดนามเปรียบเทียบกับไทยในผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

ที่มาและความสำคัญ

อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มีบทบาทต่อการภาคการส่งออกของประเทศไทย รวมทั้งในตลาดโลกยังคงต้องการสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่อง จึงเล็งเห็นถึงความสามารถ ศักยภาพทางการแข่งขันทางการค้าของผู้ประกอบการไทย

จีนเป็นประเทศที่เป็นผู้นำเข้า และส่งออกสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เป็นอันดับที่ 1 ของโลก จีนมีการนำเข้าสินค้าตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ตลอดจนปลายน้ำ ประเทศส่วนใหญ่ที่จีนนำเข้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อยู่ในกลุ่มประเทศเอเชีย

ประเทศที่น่าจับตามองในตลาด เข้ามามีบทบาทการแข่งขันในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา คือ เวียดนาม มีการส่งออกสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นสูงมาก รวมไปถึงการมีผู้ประกอบการต่างชาติเข้ามาตั้งฐานการผลิตจำนวนมากเช่นกัน ดังนั้น จึงอยากเปรียบเทียบศักยภาพทางการแข่งขันของไทย กับ เวียดนาม ในกลุ่มสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งไปยังประเทศจีน ทั้งด้านศักยภาพการส่งออกสินค้า ด้านความสามารถในการผลิตเพื่อการส่งออกของสินค้า รวมถึงแนวโน้มความสามารถการแข่งขันของสินค้านั้นๆ ในตลาดจีน

 โดยมีการนำกลุ่มสินค้าไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เวียดนามส่งออกไปยังจีนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ วงจรรวม (854231) เครื่องอุปกรณ์สำหรับการส่ง หรือการรับเสียง ภาพ (851770) เครื่องส่ง/เครื่องรับวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์  (852990) ลำโพง ไมโครโฟน เครื่องขยายเสียง หูฟัง (851830) กล้องถ่ายบันทึกภาพ (852580) สายไฟฟ้า และชุดสายไฟ (854442) เครื่องพิมพ์ เครื่องทำสำเนา (844399) เครื่องพิมพ์ เครื่องทำสำเนา (844331) แป้น แผง ตู้ สำหรับอุปกรณ์ควบคุมกระแสไฟฟ้า (853890) เครื่องเล่นวีดีโอ (852190) จึงนำกลุ่มสินค้าเหล่านี้มาเป็นกลุ่มตัวอย่างในการวิเคราะห์

การวิเคราะห์ใช้แบบจำลองทั้งหมด 3 แบบจำลอง ได้แก่ แบบจำลองค่าดัชนีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ (RCA) แบบจำลองส่วนแบ่งตลาดคงที่ (CMS) และแบบจำลอง BCG เพื่อใช้วิเคราะห์ศักยภาพ ความสามารถในการผลิต และการส่งออกในตลาดแข่งขัน(จีน)

ผลการวิเคราะห์

สินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยมีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบมากกว่าเวียดนามในปี 2019 ได้แก่ วงจรรวม แต่ความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบมีการเปลี่ยนแปลงลดลง เมื่อเทียบกับช่วงปี 2018 ขณะที่ สินค้าวงจรรวมของเวียดนาม มีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงปี 2018

สินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยมีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบน้อยกว่าเวียดนามในปี 2019 ได้แก่ เครื่องอุปกรณ์สำหรับการส่ง หรือการรับเสียง ภาพ, เครื่องส่ง/เครื่องรับวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกล้องถ่ายบันทึกภาพ ความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบมีการเปลี่ยนแปลงลดลง เมื่อเทียบกับช่วงปี 2018 ขณะที่ ลำโพง ไมโครโฟน เครื่องขยายเสียง หูฟัง, สายไฟฟ้า และชุดสายไฟ, เครื่องพิมพ์ เครื่องทำสำเนา และแป้น แผง ตู้ สำหรับอุปกรณ์ควบคุมกระแสไฟฟ้า มีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงปี 2018 ส่วนสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของเวียดนามส่วนใหญ่ มีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงปี 2018 เช่น กล้องถ่ายบันทึกภาพ สายไฟฟ้า และชุดสายไฟ และเครื่องเล่นวีดีโอ

มูลค่าการเปลี่ยนแปลงการส่งออกรวม 10 ผลิตภัณฑ์ของเวียดนามเพิ่มขึ้น คิดเป็นมูลค่า 1,262 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นผลจากอัตราการขยายตัวของตลาดโลก มูลค่า 1,021.77 ล้านเหรียญสหรัฐ และผลจากความสามารถในการส่งออกแข่งขัน มูลค่า 3,559.01 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ผลจากส่วนประกอบของสินค้ามีการเปลี่ยนแปลงลดลงที่มูลค่า 3,318.78 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่ไทยมีมูลค่าการเปลี่ยนแปลงการส่งออกรวม 10 ผลิตภัณฑ์ลดลง คิดเป็นมูลค่า 224 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นผลจากส่วนประกอบของสินค้า 27.06 ล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นผลจากความสามารถในการส่งออกแข่งขัน มูลค่า 226.47  แต่ผลจากอัตราการขยายตัวของตลาดโลกเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น มูลค่า29.53 ล้านเหรียญสหรัฐ

ปี 2019 ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ของไทยมีแนวโน้มในการเติบโตและมีส่วนแบ่งตลาดภายในตลาดจีนมีทิศทางลดลง เมื่อเทียบกับปี 2018 มีเพียงวงจรรวม และ เครื่องอุปกรณ์สำหรับการส่ง  หรือการรับเสียง ภาพ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อาจจะสามารถเป็นผลิตภัณฑ์ที่สำคัญได้ในอนาคตและสามารถแข่งขันกับเวียดนามในตลาดจีนได้

ในส่วนของเวียดนาม ปี 2019 ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่มีแนวโน้มเติบโตและมีส่วนแบ่งตลาดไปตลาดจีนเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปี 2018 โดยผลิตภัณฑ์ที่มีแนวโน้มเติบโตและมีส่วนตลาดเพิ่มขึ้นในตลาดจีน ได้แก่ วงจรรวม, แป้น แผง ตู้ สำหรับอุปกรณ์ควบคุมกระแสไฟฟ้า, สายไฟฟ้า และชุดสายไฟ และลำโพง ไมโครโฟน เครื่องขยายเสียง หูฟัง ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์เหล่านี้ของไทยที่ส่งออกไปยังตลาดจีน เนื่องจากอาจถูกแย่งส่วนแบ่งตลาดและทำให้การแข่งขันในตลาดจีนสูงขึ้น

เอกสารฉบับเต็ม  http://eiu.thaieei.com/Research.aspx?id=73


การวิเคราะห์ SWOT ของประเทศเวียดนาม
 

จุดแข็ง Strengths

o       การเมืองมีเสถียรภาพ มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรมและได้รับการสานต่ออย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ลงทุนสามารถวางแผนประกอบธุรกิจและลงทุนในระยะยาวได้อย่างมั่นใจ

o       มีทรัพยากรธรรมชาติและวัตถุดิบสำหรับภาคการผลิตอย่างอุดมสมบูรณ์ อาทิ มีแหล่งน้ำมันดิบกระจายอยู่ทั่วประเทศ มีปริมาณเชื้อเพลิงสำรอง เช่น ก๊าซธรรมชาติ ปิโตรเลียม และถ่านหินอยู่ในปริมาณมาก มีแหล่งสินแร่ที่สำคัญ และยังมีทรัพยากรป่าไม้อยู่อีกมาก นอกจากนี้ สภาพพื้นที่ของเวียดนามยังเอื้อต่อการเพาะปลูกสินค้าเกษตรที่มีความหลากหลาย และจากชายฝั่งทะเลที่มีระยะทางประมาณ 3,440 กิโลเมตร ยังทำให้เวียดนามเป็นแหล่งอาหารทะเลที่สำคัญของโลกด้วย

o       เวียดนามมีประชากรจำนวนมากกว่า 93 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในวัยแรงงาน ทำให้เป็นแหล่งแรงงานจำนวนมากและมีค่าจ้างแรงงานที่ต่ำกว่าอีกหลายประเทศในอาเซียน อีกทั้งยังทำให้เป็นตลาดสำหรับสินค้าและบริการที่มีขนาดใหญ่และมีศักยภาพเนื่องจากกำลังซื้อมีแนวโน้มสูงขึ้นจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ

จุดอ่อน Weaknesses

o       ระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคยังไม่พร้อมและเพียงพอโดยเฉพาะด้านระบบไฟฟ้าที่ยังพบว่ามีการขาดแคลนไฟฟ้าอยู่บ่อยครั้ง

o       ภูมิประเทศของเวียดนามมีลักษณะแคบและยาว ประกอบกับสาธารณูปโภคด้านการคมนาคมขนส่งยังไม่ได้รับการพัฒนาให้มีเพียงพอ ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์สูง และใช้เวลาในการขนส่งสินค้านาน

o       ต้นทุนประกอบการด้านที่ดินและค่าเช่าสำนักงานมีราคาสูง โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่และเมืองเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นใหม่

o       เวียดนามยังขาดแคลนแรงงานที่มีความสามารถเป็นผู้บริหารระดับกลางในเกือบทุกสาขาธุรกิจ โดยมีแรงงานในกลุ่มดังกล่าวที่เพียงพอต่อความต้องการของโครงการลงทุนจากต่างชาติได้เพียง 1 ใน 4 เท่านั้น

โอกาส Opportunities

o       สินค้าในตลาดเวียดนามยังไม่มีความหลากหลายมากนัก และพฤติกรรมผู้บริโภคชาวเวียดนามมีการจับจ่ายใช้สอยตามความพอใจมากกว่าความต้องการพื้นฐาน ทำให้เป็นโอกาสและช่องทางการตลาดสำหรับการประกอบธุรกิจและนักลงทุน นอกจากนี้ สินค้าอุปโภคและบริโภคของไทยยังมีภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาของชาวเวียดนามด้วย

o       เวียดนามมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนทั้งเพื่อการบริโภคภายในประเทศและการส่งออก จึงมีความต้องการนำเข้าสินค้าและวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตในปริมาณสูง นอกจากนี้เวียดนามยังได้จัดตั้งเขตนิคมอุตสาหกรรม และเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกมีการอำนวยความสะดวกและให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ แก่นักลงทุนต่างชาติ

o       เวียดนามอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศมีการลงทุนในโครงการก่อสร้างต่างๆ มากมาย จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับการลงทุนในอุตสาหกรรมก่อสร้างและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เช่นธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารและภัตตาคาร

o       ที่ตั้งของเวียดนามอยู่ใกล้กับประเทศไทย และยังมีการพัฒนาเครือข่ายขนส่งทางถนนจากโครงการ GMS Economic Corridors จึงทำให้มีความสะดวกในการขนส่งสินค้าระหว่างไทยกับเวียดนาม

o       เวียดนามมีภูมิประเทศที่สวยงามและโดดเด่น รวมทั้งยังมีวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่เป็นเอกลักษณ์ต่างจากประเทศอื่นในอาเซียน ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของเวียดนามมีการเติบโตสูง ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับการลงทุนในธุรกิจท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่อง

อุปสรรค Threats

o       กฎหมายของเวียดนามหลายฉบับยังขาดความชัดเจนซึ่งต้องอาศัยการตีความ และกฎระเบียบด้านการค้ามีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งทำให้เป็นอุปสรรคและสร้างความสับสนให้กับผู้ลงทุนได้

o       เนื่องจากการกระจายรายได้ในเวียดนามยังไม่ดีมากนัก ทำให้กำลังซื้อส่วนใหญ่กระจุกตัวเฉพาะตามเขตเมืองใหญ่ อาทิ นครโฮจิมินห์และกรุงฮานอย

o       มีปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์และการปลอมแปลงสินค้าอยู่เป็นจำนวนมาก

o       การแข่งขันสำหรับสินค้าในตลาดเวียดนามมีสูง โดยเฉพาะสินค้าจากประเทศจีน และสินค้าที่ผลิตได้เองภายในประเทศ เช่น สินค้าอุปโภคและบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป

ปัญหาและอุปสรรคทางการค้า

1) ระเบียบกฎเกณฑ์การลงทุนในประเทศเวียดนามมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรตรวจสอบระเบียบและกฎเกณฑ์ต่างๆ กับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ที่ลงทุนก่อนเสมอ ซึ่งการดำเนินธุรกิจในเวียดนามจะใช้เวลาค่อนข้างนาน โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับทางราชการที่มีขั้นตอนและใช้เวลานานนอกจากนี้ ระเบียบกฎเกณฑ์การลงทุนของจังหวัดต่างๆ ในประเทศเวียดนามมีความแตกต่างกัน โดยอำนาจการตัดสินใจสุดท้ายในการปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ต่างๆ ขึ้นอยู่กับผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นๆ

2) แม้ว่ารัฐบาลเวียดนามจะมีเสถียรภาพสูง สามารถตัดสินใจได้รวดเร็วในการแก้ไขปัญหาต่างๆ แต่การเมืองระดับจังหวัด ระดับท้องถิ่น มีทั้งการสอดรับกับนโยบายส่วนกลาง และอาจมีลักษณะเฉพาะตัวในการแก้ไขปัญหาหรือการพัฒนา อาจรวดเร็ว หรือล่าช้า เป็นสิ่งที่ต้องจัดหาผู้แทนของกิจการไปสร้างความเข้าใจหรือรู้จักบุคคลที่เกี่ยวข้องด้วยเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงต่างๆ

3) ระบบโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบัน ไม่เพียงพอสำหรับการรองรับเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ เช่น ปัญหาการจราจรติดขัดในเมืองสำคัญ ปัญหาท่าเรือไม่เพียงพอ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลพยายามเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ อาทิ รถไฟฟ้า การขยายท่าเรือ ถนนซูเปอร์ไฮเวย์ และอุโมงค์ลอด

4) ปัญหาระบบการคิดคำนวณอัตราอากรศุลกากรนำเข้า การกำหนดราคากลางสำหรับสินค้านำเข้า เพื่อใช้เป็นฐานในการคำนวณจัดเก็บอากรศุลกากรขาเข้าไม่มีมาตรฐานที่แน่นอน รวมทั้งพิธีการและแบบฟอร์มศุลกากรแตกต่างกันไปในแต่ละเมือง

5) การทำธุรกรรมในเวียดนามจะมีข้อจำกัดในการใช้เงินตราต่างประเทศ เนื่องจากเวียดนามได้กำหนดให้การทำธุรกรรมภายในประเทศทุกรายการต้องใช้เงินด่งเพียงอย่างเดียว ยกเว้นบางกิจการที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารกลางเวียดนามให้สามารถรับการชำระเงินในสกุลเงินต่างประเทศได้เช่น ร้านค้าปลอดภาษีในสนามบินหรือท่าเรือที่ลงทะเบียน สำนักงานแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และสถานประกอบการอื่นๆ ที่ธนาคารกลางเวียดนามมีอำนาจรับรอง

6) มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาค่อนข้างสูง โดยเฉพาะสินค้าที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแพร่หลาย ถึงแม้เวียดนามจะมีกฎหมายและนโยบายที่วางไว้เพื่อป้องกันและควบคุมการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา แต่เวียดนามยังมีเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบไม่เพียงพอ และยังขาดประสบการณ์ในการทำงาน ขั้นตอนในการดำเนินการมักจะใช้เวลานานและเสียค่าใช้จ่ายสูง นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาหลายหน่วยหลายแผนก ซึ่งมีอำนาจหน้าที่แตกต่างกันไปบางครั้งทำให้เกิดความสับสน

7) ตามกฎหมายของเวียดนามอนุญาตให้ต่างชาติลงทุนได้ทั้งในลักษณะ

(1) สัญญาร่วมลงทุนกับนักธุรกิจเวียดนาม (Business Co-operation Contract) ที่มีข้อเสียคือ นักลงทุนต่างชาติขาดอิสระในการบริหารงาน

(2) กิจการร่วมกับนักธุรกิจเวียดนาม (Joint Venture) ที่มีข้อเสียคือ นักลงทุนชาวเวียดนามมักร่วมทุนโดยใช้ที่ดินและสิ่งก่อสร้างในเวียดนามตีค่าออกมาเป็นเงินลงทุน ซึ่งมักประเมินสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริง ทำให้นักลงทุนต่างชาติเสียเปรียบ

(3) นักลงทุนต่างชาติลงทุนเองทั้งหมด (Wholly Foreign-Own Enterprise) ที่มีข้อเสียคือ ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับความสะดวกในการติดต่อประสานงานกับหน่วยราชการต่างๆ ของเวียดนาม และประสบปัญหาการถือกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์ต่างๆ

(4) สำนักงานตัวแทน (Representative Office) ที่มีข้อเสียคือ กฎหมายเวียดนามไม่อนุญาตให้สำนักงานตัวแทนดำเนินการซื้อขายสินค้าโดยตรงกับผู้นำเข้าหรือผู้บริโภคได้ อีกทั้งค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเช่าสถานที่ทำงาน เงินเดือนเจ้าหน้าที่ ค่อนข้างสูง

8) เวียดนามผูกพันการเปิดตลาดการค้าบริการจัดจำหน่ายในระดับสูง เช่น บริการตัวแทนนายหน้าบริการค้าส่ง บริการค้าปลีก และบริการแฟรนไชส์ อย่างไรก็ตาม กฎหมายการลงทุนเวียดนามจำกัดให้นักลงทุนต่างชาติสามารถเปิดสาขาได้เพียงแห่งเดียว โดยหากต้องการเปิดสาขามากกว่า 1 แห่ง จะต้องทดสอบความจำเป็นทางเศรษฐกิจโดยขออนุญาตจัดตั้งจากรัฐ ยกเว้นกรณีเปิดร้านค้าที่มีพื้นที่น้อยกว่า 500 ตารางเมตร ไม่ต้องผ่านการทดสอบดังกล่าว

9) ความเสี่ยงในการทำธุรกิจ ต้องระมัดระวังต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีการเรียกค่าคุ้มครองจากชาวต่างชาติ การก่อกวนสร้างความหวาดกลัวเป็นระยะจากกลุ่มคนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยอาจไม่สามารถรับรองความปลอดภัยได้ กิจการต้องวางมาตรการและจัดสรรงบประมาณเรื่องการบริหารความปลอดภัย

10) เวียดนามมีการเปิดตลาดกับภูมิภาคต่างๆ ทำให้เวียดนามมีการนำเข้าสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งจะกลายเป็นคู่แข่งสำหรับสินค้าไทยในตลาดเวียดนาม สินค้าไทยต้องมีการปรับตัวให้ทันกับแนวโน้มความนิยมของผู้บริโภคเวียดนามมากขึ้น

กระทรวงพาณิชย์.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.moc.go.th

กรมศุลกากร.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.customs.go.th

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก www.dtn.go.th

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก https://www.ditp.go.th

Global Trade Atlas.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.gtis.com/gta

ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (E&E Intelligence Unit: EIU) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก  http://eiu.thaieei.com/Default.aspx

 

การลงทุนของเวียดนาม

ในปี 2019 ที่ผ่านมา เวียดนามมีการลงทุนจากต่างชาติ มูลค่า 16,120 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และออกไปลงทุนในต่างประเทศ 465 ล้านเหรียญสหรัฐ

 

ตาราง มูลค่าการลงทุนจากต่างชาติของเวียดนาม

Foreign Direct Investment

2017

2018

2019

FDI inflows (Millions of dollars)

14,100

15,500

16,120

FDI outflows (Millions of dollars)

480

598

465

FDI inward stock (Millions of dollars)

129,491

144,991

161,111

FDI outward stock (Millions of dollars)

10,518

10,668

11,133

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ที่มา: UNCTAD, 2020

เลขที่ 57 ชั้น 6 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม
ถนน พระสุเมรุ (บางลำภู) เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
โทรศัพท์ : (66) 02-280-7272 อีเมล : contact@ee.mail.go.th
Fax : (66) 02-280-7277, (66) 02-280-7273

Copyright © 2021 Electrical and Electronics Institute. All Rights Reserved