สหพันธรัฐมาเลเซีย

ข้อมูลพื้นฐาน

อาเซียน                               : เป็นสมาชิกอาเซียนเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510

เมืองหลวง:                           : กรุงกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur) กัวลาลัมเปอร์เป็นหนึ่งในสามดินแดนสหพันธ์ของมาเลเซีย (Malaysian Federal Territories) ล้อมรอบด้วยรัฐสลังงอร์บนชายฝั่งตะวันตกตอนกลางของคาบสมุทรมาเลเซีย (Peninsular Malaysia) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ กัวลาลัมเปอร์มักจะเรียกย่อว่า KL

เมืองสำคัญ                           : สลังงอร์ (Selangor) ยะโฮร์ (Johor) ปีนัง (Penang) เคดาห์ (Kedah) เปอร์ลิส (Perlis) กลันตัน (Kelantan) เปรัค (Perak) ซาราวัก (Sarawak) ซาบาฮ์ (Sabah)

พื้นที่                                   : 330,252 ตารางกิโลเมตร

ที่ตั้ง                                    : ตั้งอยู่ในเขตเส้นศูนย์สูตร ประกอบด้วยดินแดนสองส่วน โดยมีทะเลจีนใต้กั้น     ระหว่าง

1. มาเลเซียตะวันตก ตั้งอยู่บนคาบสมุทรมลายู มีพรมแดนทิศเหนือติดประเทศไทย และทิศใต้ติดกับประเทศสิงคโปร์ ประกอบด้วย 11 รัฐ คือ ปะหัง สลังงอร์ เนกรีเซมบิลัน มะละกา ยะโฮร์ เประ กลันตัน ตรังกานู ปีนัง เกดะห์ และปะลิส

2. มาเลเซียตะวันออก ตั้งอยู่ทางเหนือของเกาะบอร์เนียว (กาลิมันตัน) มีพรมแดนทิศใต้ติดกับอินโดนีเซียและมีพรมแดนล้อมรอบประเทศบรูไน ประกอบด้วย 2 รัฐ คือ ซาบาห์ และซาราวัก

ประชากร                             : 32.65 ล้านคน

ภูมิอากาศ                             : ลักษณะภูมิอากาศคล้ายคลึงกับภาคใต้ของประเทศไทย แต่เนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้เส้นสูตรและได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมจากมหาสมุทรอินเดียและทะเลจีนใต้จึงมีผลทำให้อุณหภูมิไม่สูงนัก มีฝนตกเกือบตลอดปี และมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าประเทศไทย ไม่มีฤดูแล้งชัดเจน ทำให้ประเทศมาเลเซียมีป่าไม้อุดมสมบูรณ์                         

เวลา                                   : เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง

เชื้อชาติ                               : มลายู (ร้อยละ 50.4) มาเลย์จีน (ร้อยละ 23.7)

ศาสนา                                : ประชากรกว่าร้อยละ 60 นับถือศาสนาอิสลาม

ภาษา                                  : Bahasa Melayu (ภาษาราชการ) อังกฤษ จีน (Cantonese, Mandarin Hokkien, Hakka, Hainan, Foochow) Telugu Malayalam Panjabi ไทยและทางตะวันออกมีภาษาท้องถิ่นจำนวนมาก ส่วนใหญ่พูดภาษา Iban และ Kadazan

สกุลเงิน                                : ริงกิต” (Ringgit) อัตราแลกเปลี่ยน 1 Ringgit = 7.55 THB (ก.ย.2020)

การปกครอง                          : สหพันธรัฐ โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

GDP (US$bn)                      : 409.533 (2021F)     

GDP per capita (US$)         : 12,172.16 (2021F)   

GDP Growth (%)                 : 0.778 (2021F)        

Inflation (%)                         : 2.216 (2021F)        

ยุทธศาสตร์/กิจกรรม

1. เร่งรัดการขยายการส่งออกเชิงรุก ด้วยกลยุทธ์เจาะตลาดเมืองรองที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ (รัฐซาบาห์และซาราวัก ทางฝั่งตะวันออก) ยกระดับตลาดในเมืองหลวง โดยขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตสมัยใหม่และการบริโภคยุคสังคมเมือง ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด (demand driven) ด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าไทยในห้าง modern trade ทั้ง off-line และ on-line และพัฒนาช่องทางตลาดออนไลน์สำหรับสินค้าไทยกับ Platform ที่สำคัญ อาทิ Lazada, 11Street

2. ส่งเสริมการขยายตลาดส่งออกสินค้าฮาลาลของไทยโดยการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องในมาเลเซีย

3. ส่งเสริมผู้ประกอบการไทยสร้างเครือข่ายธุรกิจและเจรจาการค้ากับผู้ประกอบการมาเลเซีย เพื่อขยายตลาดส่งออก โดยจัดคณะผู้แทนการค้าบริการเป้าหมาย (อาทิ ภาพยนตร์ เพลง โลจิสติกส์) เดินทางไปเจรจาการค้า (business matching) ในมาเลเซีย

4. เสริมสร้างความสัมพันธ์ในลักษณะหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่เข้มข้น มุ่งส่งเสริมการสร้างพันธมิตรธุรกิจระหว่างเอกชนไทย-มาเลเซีย เพื่อเจาะตลาดและเลี่ยงมาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษี

กิจกรรมของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ปีงบประมาณ 2563

o   โครงการจัดคณะผู้นำเข้ามาเลเซียจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการภาคใต้ของไทย ณ จังหวัดนราธิวาส (15-17 ก.พ. 63)

o   กิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าไทยร่วมกับห้างค้าปลีกและผู้นำเข้ารายใหญ่ ผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ในตลาดมาเลเซีย (ก.ค.-ก.ย. 63)

สถานการณ์เศรษฐกิจ/การค้า

o  รัฐบาลจะเสนอแผน 12MP ต่อรัฐสภาในช่วงต้นปี 2564 ซึ่งประกอบด้วยยุทธศาสตร์และมาตรการที่สำคัญที่จะกำหนดทิศทางของมาเลเซียในอีก 5 ปีข้างหน้า (ปี ค.ศ. 2021 - 2025) สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “Shared Prosperity Vision 2030รวมทั้งวาระการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กรสหประชาชาติ 2030 อีกทั้งจะบรรจุแนวทางการพัฒนาภาคเศรษฐกิจใหม่ๆ เพื่อสร้างโอกาสให้กับประชาชน

o  รัฐบาลได้เปิดตัวโครงการ “MyMudah” เพื่อสร้างความคล่องตัวให้กับระบบราชการ มุ่งช่วยเหลือบริษัทและธุรกิจที่มีความติดขัดเกี่ยวกับระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่ซับซ้อนยุ่งยากของระบบราชการ

o  มาเลเซียมีการพึ่งพาแรงงานต่างชาติที่มีทักษะต่ำค่อนข้างมาก ส่งผลให้ขีดความสามารถการแข่งขันทางเศรษฐกิจหดตัวลง เนื่องจากเกิดความไม่สอดคล้องระหว่างอุปสงค์และอุปทานของแรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการว่างงานของคนหนุ่มสาวและนักศึกษาจบใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ทำงาน ทั้งนี้ แรงงานชาวมาเลเซียที่มีทักษะมีน้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนแรงงานทั้งหมด แต่มีการพัฒนาดีขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2562 แรงงานต่างชาติในภาคเกษตรกรรม คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 32 ภาคการก่อสร้าง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 23 ภาคการผลิต คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 22 และภาคบริการ คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 10 ของการจ้างงานทั้งหมด อีกทั้งรัฐบาลได้ปรับปรุง portal บริการจัดหางานแห่งชาติอย่าง MYFutureJobs เพื่อจัดหางานที่ตรงตามความต้องการและเหมาะสมกับทักษะและความสามารถของผู้หางานมากที่สุด หากเกิดความไม่สอดคล้องกันระหว่างทักษะและงานขึ้น บริการดังกล่าวจะค้นหางานที่ใกล้เคียงแทน

o  รัฐบาลยังอยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการเพิ่มช่องทางดิจิทัลในประเทศ เพื่อให้เทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติสามารถเข้าถึงธุรกิจต่างๆ ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตผล และช่วยลดการพึ่งพาแรงงานที่มีทักษะต่ำ


ตาราง มูลค่าการค้ารวมของมาเลเซีย

การค้า

มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2017

2018

2019

% Change

2018/2017

% Change

2019/2018

การค้ารวม

412,670

466,940

443,201

13.15

-5.08

การนำเข้า

194,843

218,110

205,012

11.94

-6.01

การส่งออก

217,827

248,830

238,189

14.23

-4.28

ดุลการค้า

22,984

30,720

33,177

33.66

8

ที่มา: Global Trade Atlas รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์โดยฝ่ายยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

ในปี 2019 มาเลเซียมีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศรวม 443,201 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยแบ่งออกเป็นมูลค่าการส่งออกเท่ากับ 238,189 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าส่งออก ได้แก่ เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า เชื้อเพลิงที่ได้จากแร่ น้ำมันแร่ สารบิทูมินัส และเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เป็นต้น ตลาดส่งออกหลัก อาทิ จีน สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา เป็นต้น ด้านการนำเข้าคิดเป็นมูลค่า 205,012 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า เชื้อเพลิงที่ได้จากแร่ น้ำมันแร่ สารบิทูมินัส และเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เป็นต้น โดยมีจีน สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา เป็นแหล่งนำเข้าที่สำคัญ 


ตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของมาเลเซีย 10 อันดับแรก ปี 2019

มาเลเซียส่งออกไปยังประเทศคู่ค้า 10 อันดับแรก ปี 2019

ประเทศ

มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐ)

ส่วนแบ่งตลาด (%)

+/- (%)

1.สิงคโปร์

15,497

16.12

-7.79

2.ฮ่องกง

14,006

14.57

-12.63

3.จีน

12,941

13.46

-9.74

4.สหรัฐอเมริกา

12,862

13.38

4.71

5.ไทย

5,438

5.66

-8.12

6.ญี่ปุ่น

4,844

5.04

-3.03

7.ไต้หวัน

4,703

4.89

29.19

8.เยอรมนี

4,089

4.25

-10.12

9.เนเธอร์แลนด์

3,386

3.52

9.75

10.เกาหลีใต้

2,743

2.85

-2.53

ที่มา: Global Trade Atlas รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์โดยฝ่ายยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

 

การส่งออกชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของมาเลเซีย ในปี 2019 มาเลเซียส่งออกไปยังสิงคโปร์มากเป็นอันดับ 1 โดยมีมูลค่า 15,497 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 16.12 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่มาเลเซียส่งออกไปยังสิงคโปร์ เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ และไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ เป็นต้น อันดับ 2 คือ ฮ่องกง มาเลเซียส่งออกไปยังฮ่องกง มูลค่า 14,006 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 14.57 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่มาเลเซียส่งออกไปยังฮ่องกง เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) ไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ และเทปแม่เหล็กและจานแม่เหล็ก,แผ่น CD สำหรับบันทึกเสียง,ภาพ เป็นต้น และอันดับ 3 คือ จีน มาเลเซียส่งออกไปยังจีน มูลค่า 12,941 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 13.46 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่มาเลเซียส่งออกไปยังจีน เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ และเทปแม่เหล็กและจานแม่เหล็ก,แผ่น CD สำหรับบันทึกเสียง,ภาพ เป็นต้น ในขณะที่มาเลเซียส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปยังไทยมากเป็นอันดับที่ 5 โดยมีมูลค่า 5,438 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 5.66 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่มาเลเซียส่งออกไปยังไทย เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ และเทปแม่เหล็กและจานแม่เหล็ก,แผ่น CD สำหรับบันทึกเสียง,ภาพ เป็นต้น

ตาราง มูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 10 อันดับแรกที่ไทยส่งออกไปมาเลเซีย

ผลิตภัณฑ์

ล้านเหรียญสหรัฐฯ

% การขยายตัว

2017

2018

2019

2018

2019

1.อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์

1,126.22

1,179.14

602.70

4.70

-48.89

2.วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit)

370.15

532.80

543.33

43.94

1.98

3.เครื่องคอมพิวเตอร์

140.61

172.27

194.33

22.52

12.81

4.เครื่องอุปกรณ์สําหรับป้องกันวงจรไฟฟ้า

152.29

148.34

109.66

-2.59

-26.08

5.เทปแม่เหล็กและจานแม่เหล็ก,แผ่น CD

55.41

46.40

108.21

-16.26

133.21

6.ตู้เย็น

78.28

93.73

78.49

19.74

-16.26

7.ลำโพง ไมโครโฟน เครื่องขยายเสียง หูฟัง

17.97

33.97

66.97

89.04

97.14

8.แผงสวิตซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า

52.80

61.24

59.71

15.98

-2.50

9.วงจรพิมพ์ (Printed Circuit)

69.03

77.80

56.87

12.70

-26.90

10.เครื่องปรับอากาศ

51.94

58.66

55.77

12.94

-4.93

รวมมูลการค่าส่งออกทั้งหมด

2,894.62

3,245.59

2,556.67

12.12

-21.23





















ที่มา: ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (E&E Intelligence Unit: EIU) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

จากตารางมูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 10 อันดับแรกที่ไทยส่งออกไปมาเลเซีย แสดงให้เห็นว่า ในปี 2019 ไทยส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปยังมาเลเซียคิดเป็นมูลค่าส่งออกรวม 2,556.67 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการหดตัวร้อยละ 21.23 โดยสินค้าส่งออกอันดับ 1 ได้แก่ อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ มีมูลค่าการส่งออก 602.70 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการหดตัวร้อยละ 48.89 สินค้าส่งออกอันดับ 2 ได้แก่ วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) มีมูลค่าการส่งออก 543.33 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 1.98 และสินค้าส่งออกอันดับ 3 ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ มีมูลค่าการส่งออก 194.33 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 12.81

ตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของมาเลเซีย 10 อันดับแรก ปี 2019

มาเลเซียนำเข้าจากประเทศคู่ค้า 10 อันดับแรก ปี 2019

ประเทศ

มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐ)

ส่วนแบ่งตลาด (%)

+/- (%)

1.จีน

16,910

26.85

-3.94

2.ไต้หวัน

9,909

15.73

-13.92

3.สิงคโปร์

7,453

11.83

-12.54

4.สหรัฐอเมริกา                                                     

6,837

10.85

-10.70

5.ญี่ปุ่น

4,746

7.53

6.40

6.ไทย

2,984

4.74

-23.78

7.เกาหลีใต้

2,732

4.34

1.04

8.ฮ่องกง

2,054

3.26

-11.63

9.เยอรมนี

1,749

2.78

-7.62

10.เวียดนาม

1,622

2.58

-15.35

ที่มา: Global Trade Atlas รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์โดยฝ่ายยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

จากตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของมาเลเซีย 10 อันดับแรก ปี 2019 พบว่า มาเลเซียนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากจีนมากเป็นอันดับ 1 มูลค่า 16,910 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 26.85 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่มาเลเซียนำเข้าจากจีน เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ และ Mobile Telephone เป็นต้น อันดับ 2 คือ ไต้หวัน มาเลเซียนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากไต้หวัน มูลค่า 9,909 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 15.73 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่มาเลเซียนำเข้าจากไต้หวัน เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) วงจรพิมพ์ (Printed Circuit) และไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ เป็นต้น และอันดับ 3 คือ สิงคโปร์ มาเลเซียนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากสิงคโปร์ มูลค่า 7,453 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 11.83 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่มาเลเซียนำเข้าจากสิงคโปร์ เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า และไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ เป็นต้น ในขณะที่ไทยเป็นประเทศอันดับ 6 ที่มาเลเซียนำเข้าสินค้า โดยมีมูลค่า 2,984 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 4.74 โดยที่ สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่มาเลเซียนำเข้าจากไทย เช่น อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) และวงจรพิมพ์ (Printed Circuit) เป็นต้น 

ตาราง มูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 10 อันดับแรกที่ไทยนำเข้าจากมาเลเซีย

ผลิตภัณฑ์

ล้านเหรียญสหรัฐฯ

% การขยายตัว

2017

2018

2019

2018

2019

1.วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit)

780.51

886.89

942.47

13.63

6.27

2.อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์

1,332.12

1,699.38

884.68

27.57

-47.94

3.เทปแม่เหล็กและจานแม่เหล็ก,แผ่น CD

630.34

628.64

800.51

-0.27

27.34

4.ไดโอด ทรานซิสเตอร์ กลอุปกรณ์กึ่งตัวนํา

328.66

239.41

254.7

-27.16

6.39

5.เครื่องอุปกรณ์สำหรับการส่งหรือการรับเสียง ภาพ หรือข้อมูลอื่น ๆ

159.07

160.37

187.82

0.82

17.12

6.เครื่องรับโทรทัศน์

121.16

136.02

125.57

12.26

-7.68

7.เครื่องพิมพ์ เครื่องทำสำเนา และส่วนประกอบ

92.49

123.88

123.57

33.94

-0.25

8.เครื่องคอมพิวเตอร์

115.01

111.05

114.10

-3.44

2.75

9.หม้อสะสมไฟฟ้า

171.49

157.41

104.20

-8.21

-33.8

10.ตัวเก็บประจุไฟฟ้า(Capacitor), ตัวต้านทานไฟฟ้า

68.53

86.86

90.10

26.75

3.73

รวมมูลการค่านำเข้าทั้งหมด

4,734.47

5,096.55

4,484.16

7.65

-12.02

ที่มา: ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (E&E Intelligence Unit: EIU) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

 

จากตารางมูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 10 อันดับแรกที่ไทยนำเข้าจากมาเลเซีย แสดงให้เห็นว่า ในปี 2019 ไทยนำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากมาเลเซีย คิดเป็นมูลค่านำเข้ารวม 4,484.16 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการหดตัวร้อยละ 12.02 โดยสินค้านำเข้าอันดับ 1 ได้แก่ วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) โดยมีมูลค่าการนำเข้า 942.47 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 6.27 อันดับ 2 ได้แก่ อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยมีมูลค่าการนำเข้า 884.68 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการหดตัวร้อยละ 47.94 สินค้าที่ไทยนำเข้าจากมาเลเซียมากเป็นอันดับ 3 ได้แก่ เทปแม่เหล็กและจานแม่เหล็ก,แผ่น CD โดยมีมูลค่า 800.51 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 27.34

 

ปัญหาอุปสรรคทางการค้าระหว่างไทยกับมาเลเซีย

1. ปัญหาการค้าชายแดน

- บริเวณด่านชายแดนของไทยมีพื้นที่จำกัดและมีความแออัดมากทำให้การตรวจปล่อยสินค้า และผู้โดยสารล่าช้า เช่น ด่านสะเดา

- การค้าชายแดนที่ด่านเบตง มีปัญหาเส้นทางคมนาคมไม่สะดวก เนื่องจากต้องขึ้นเขาเป็นระยะทางยาวและมีความคดเคี้ยวลาดชันทำให้มีต้นทุนค่าขนส่งทั้งสินค้านำเข้าและส่งออกสูงกว่าด่านอื่นๆ

- การขาดสิ่งอำนวยความสะดวกทางการค้า เช่น ถนนเชื่อมกับมาเลเซียที่ด่านวังประจันของจังหวัดสตูลและท่าเรือตำมะลัง จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นท่าเรือขนาดเล็ก ไม่สามารถรองรับรถตู้คอนเทนเนอร์ได้ ทำให้มีปริมาณการค้าชายแดนน้อย

2. ปัญหาและอุปสรรคอื่นๆ

- ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทำให้รถบรรทุกสินค้าไม่กล้าขนส่งสินค้าเข้าไปในพื้นที่ 3 จังหวัด และต้องจอดรถขนถ่ายสินค้าที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

- ตลอดแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย มีการลักลอบทำการค้าข้ามแดนเป็นจำนวนมาก โดยมีสินค้าไทยที่ลักลอบเข้ามาเลเซียได้แก่ ข้าวสาร ผลไม้ ส่วนสินค้ามาเลเซียที่ลักลอบเข้าไทยได้แก่ น้ำมันปาล์ม สุรา บุหรี่ผลไม้เมืองหนาว และเนื้อวัวแช่แข็ง

- มาเลเซียกำหนดให้องค์การค้าข้าวเปลือกและข้าวสารแห่งชาติ (BERNAS) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจผูกขาดการนำเข้าและจัดจำหน่ายข้าว และมีอำนาจใช้มาตรการห้ามนำเข้าข้าวชั่วคราวในช่วงที่ผลผลิตในประเทศออกสู่ตลาดค่อนข้างมากเพื่อรักษาระดับราคาข้าวในประเทศ ทั้งนี้ การนำเข้าข้าวของมาเลเซียขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านราคาของข้าวเป็นสำคัญ เนื่องจากมาเลเซียจะนำเข้าข้าวมาผสมกับข้าวของมาเลเซียเพื่อจำหน่ายให้ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวจากเวียดนามมีราคาถูกกว่าข้าวไทยมาก จึงเป็นการจำกัดโอกาสการขยายตลาดข้าวไทยในมาเลเซีย

- มาเลเซียกำหนดให้ผู้นำเข้าแป้งข้าวเจ้าจะต้องขอใบอนุญาตนำเข้า (Import License) จาก Paddy and Rice Industry Division, Minister of Agriculture and Agro-based Industry หรือกระทรวงเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร ภายใต้กฎหมาย Paddy and Rice Regulation Act ซึ่งปัจจุบันไม่มีผู้นำเข้ามาเลเซียรายใดได้รับใบอนุญาตนำเข้าดังกล่าว และมาเลเซียไม่มีการประกาศการอนุญาตนำเข้าหรือประกาศรายชื่อบริษัทที่ได้รับอนุญาตนำเข้าอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ สินค้าอื่นๆ อาทิ เส้นหมี่ และแป้งข้าวเหนียวที่ได้รับอนุญาตนำเข้า ก็จะไม่มีการประกาศรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ นอกจากสินค้าแป้งข้าวเจ้าแล้ว ยังมีสินค้าเกษตรแปรรูปอื่นๆ อาทิ ผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูป อาหารแปรรูปที่มีส่วนผสมเนื้อสัตว์ นมและผลิตภัณฑ์จากนมบางประเภท ซึ่งมาเลเซียจะไม่ประกาศห้ามนำเข้าโดยตรง แต่จะใช้เทคนิค/วิธีการเดียวกันในการจำกัดการนำเข้าโดยไม่ออกใบอนุญาตแก่ผู้นำเข้ามาเลเซีย เสมือนเป็นการห้ามนำเข้าในทางอ้อม แต่ไม่ผิดเงื่อนไข/ความตกลงด้านการค้าระหว่างประเทศ

- มาเลเซียประสบกับปัญหาด้านแรงงานต่างชาติ (ส่วนใหญ่เป็นแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา หรือบังกลาเทศ) ที่มีทักษะต่ำค่อนข้างมาก และมีปัญหาความไม่สอดคล้องระหว่างอุปสงค์และอุปทานของแรงงาน ถึงแม้กฎหมายของมาเลเซียจะเอื้อประโยชน์ให้แรงงานค่อนข้างมาก ดังนั้น การบริหารทรัพยากรบุคคลจึงถือเป็นสิ่งท้าทายของผู้ประกอบการไทย ที่ต้องศึกษาและทำความเข้าใจกฎหมายแรงงานอย่างดี และควรมีการคัดเลือกผู้ร่วมทุนโดยเดินทางไปสำรวจลู่ทางการลงทุนด้วยตนเอง

- นักลงทุนที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่ามากกว่า 20 ล้านริงกิตขึ้นไปโดยตรง ต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงาน Economic Planning Unit (EPU) ของมาเลเซีย ส่วนการซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่ามากกว่า 1 ล้านริงกิต และการซื้อขายที่ดินเพื่อการเกษตรซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 1 ล้านริงกิต และมีพื้นที่อย่างน้อย 5 เอเคอร์ (31.25 ไร่) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการเกษตรเชิงพาณิชย์ไม่ต้องขออนุมัติจาก EPU แต่ต้องขออนุมัติจากกระทรวงหรือหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

 

โอกาสการค้าการลงทุนของไทย

1) รัฐบาลมาเลเซียได้เปิดตัวโครงการ “MyMudah” เพื่อสร้างความคล่องตัวให้กับระบบราชการ มุ่งช่วยเหลือบริษัท และธุรกิจที่มีความติดขัดเกี่ยวกับระเบียบข้อบังคับต่างๆที่ซับซ้อนยุ่งยากของระบบราชการ เนื่องจากข้อมูลจากธนาคารโลกระบุว่า ต้องใช้เวลาถึง 17 วันในการจัดการกับกระบวนการที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่มดำเนินธุรกิจ เมื่อเทียบกับสิงคโปร์และฮ่องกงใช้เวลาเพียงแค่ 1.5 วัน และเกาหลีใต้ที่ใช้เวลาเพียง 8 วัน

2) รัฐบาลมาเลเซียได้ปรับปรุง portal บริการจัดหางานแห่งชาติอย่าง MYFutureJobs เพื่อจัดหางานที่ตรงตามความต้องการและเหมาะสมกับทักษะและความสามารถของผู้หางานมากที่สุด หากเกิดความไม่สอดคล้องกันระหว่างทักษะและงานขึ้น บริการดังกล่าวจะค้นหางานที่ใกล้เคียงแทน นอกจากนี้รัฐบาลยังอยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการเพิ่มช่องทางดิจิทัลในประเทศ เพื่อให้เทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติสามารถเข้าถึงธุรกิจต่างๆ ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตผล และช่วยลดการพึ่งพาแรงงานที่มีทักษะต่ำ

3) อุตสาหกรรมของมาเลเซียที่มีศักยภาพเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ได้แก่ สาขาอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) ชิ้นส่วนยานยนต์ และการแปรรูปสินค้าเกษตร โดยเฉพาะยางพารา และปาล์มน้ำมัน

4) ส่วนอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพเข้าไปลงทุนในมาเลเซีย ได้แก่ ธุรกิจสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป โดยเฉพาะสินค้าฮาลาล ธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหารไทย ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว การก่อสร้าง โดยเฉพาะปัจจุบันที่มีโครงการของรัฐจำนวนมาก รวมทั้งการเป็นส่วนหนึ่งใน Supply Chain ของอุตสาหกรรมในมาเลเซีย และธุรกิจอุตสาหกรรมกระดาษ โดยการนำเข้าวัตถุดิบมาสร้างมูลค่าเพิ่ม

5) มาเลเซียมีนักลงทุนรุ่นใหม่ (millennial trader) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในตลาดหลักทรัพย์ของมาเลเซีย (Bursa Malaysia) ซึ่งกระแสความต้องการซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ของผู้บริโภครุ่นใหม่ในมาเลเซียสอดคล้องกับแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงในเรื่องผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการของบริษัท Fintech ในอาเซียนในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนจากการกระจุกตัวในผลิตภัณฑ์ด้านการชำระเงินมาสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ มากขึ้นโดยเฉพาะการบริการที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ทางการเงินและตลาดทุน ในขณะเดียวกันประชากรมาเลเซียร้อยละ 95 ก็มีบัญชีธนาคาร ซึ่งถือเป็นอัตราส่วนที่สูงมากเมื่อเทียบกับไทย (ร้อยละ 78) และอาเซียน (ร้อยละ 27) ดังนั้น ธุรกิจสตาร์ทอัพหรือบริษัท fintech ในไทยจึงควรเร่งแสวงหาโอกาสในการขยายการให้บริการด้าน fintech ในมาเลเซีย หรือสร้างพันธมิตรกับธุรกิจ fintech ในมาเลเซียเพื่อขยายธุรกิจสู่ตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคต่อไป

การลงทุนของมาเลเซีย

ในปี 2019 ที่ผ่านมา มาเลเซียมีการลงทุนจากต่างชาติ มูลค่า 7,650 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และออกไปลงทุนในต่างประเทศ 6,304 ล้านเหรียญสหรัฐ

 

ตาราง มูลค่าการลงทุนจากต่างชาติของมาเลเซีย

Foreign Direct Investment

2017

2018

2019

FDI inflows (Millions of dollars)

9,399

7,618

7,650

FDI outflows (Millions of dollars)

5,638

5,114

6,304

FDI inward stock (Millions of dollars)

139,540

152,510

168,981

FDI outward stock (Millions of dollars)

128,517

118,886

118,604








ที่มา: UNCTAD, 2020

บริษัท

สินค้า

ที่อยู่

1.BCM ELECTRONICS CORPORATION SDN. BHD.

- LED street lighting

- Power electronics

Plot 21, Jalan Hi-Tech 4, Kulim Hi-Tech Park, Phase 1, 09090 Kulim, Kedah, MALAYSIA

E: career@bcmcorp.com.my

W: http://bcmcorp.com.my/

Tel: 6-04-409-6228

2. KESP Sdn. Bhd.

- LED lighting

- IC

Postal Address

KESP Sdn Bhd (109984-W)

Plot 253, Jalan Kampung Jawa,

Bayan Lepas FIZ Phase 3,

11900 Penang, Malaysia

Tel: (604) 643 5922

Fax: (604) 642 7276  

Contact: Mr. Ng Kuing Seng   

E-mail: info@kesp.com.my

3. Likom

- PCB Assembly

19401-1, Jalan TTC 12,

Taman Teknologi Cheng,

75260 Melaka, Malaysia.

Tel: +606 334 5666

Fax: +606 334 4388

Email Sales:                                

likom-sales@likom.com.my

Email Human Resource:    

likom-hr@likom.com.my

Webpage: www.likom.com.my

4. Viontron Technology (M) Sdn. Bhd.

- PCB

- Resistor

- LED Lighting

- Diode

- LED Diode

No.19, 1st Floor, Medan Bukit Emas, Pusat Perniagaan Bukit Emas, 14000 Bukit Mertajam,

Penang, Malaysia.

Tel: +6010-404 1913

Fax: +604-548 4647

Email:jasper.chan@viontron.com

Website: www.viontron.com

5. EG Industries

- PCB Assembly

- IC

Plot 102 & 102A,

Bakar Arang Industrial

Estate 08000 Sungai Petani, Kedah, Malaysia

Tel: 04-4229881

Fax: 04-4229882

Email: admin@esmtt.com

6. Zoomic Electronics (M) Sdn. Bhd.

- PCB Assembly

- Power

Plot 89A, Lintang Bayan Lepas 3, Taman Perindustrian Bayan Lepas Fasa 4, Bayan Lepas, 11900 Penang, Malaysia

Tel.:+604 6465298 or         

+604 6465237

7. EASTOOL INDUSTRIES SDN. BHD.

- PCB Assembly

 

No 6, 7 & 8, Jalan Gangsa 3,

Desa Perindustrian Kulai 2,

Kelapa Sawit, 81030 Kulai, Johor, Malaysia.

Tel: +607 652 5994 / 5996    

Fax: +607 652 5967

8. ATA IMS Berhad

- PCB Assembly

No. 6, Jalan Dewani 1,

Kawasan Perindustrian Temenggong,

81100, Johor Bahru, Johor.

Tel: +607-334 0911

Fax: +607-334 5912

Email: info@ataims.com.my

            กระทรวงพาณิชย์.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.moc.go.th

            กรมศุลกากร.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.customs.go.th

            กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก www.dtn.go.th

       กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก https://www.ditp.go.th

            ข้อมูลบริษัทในมาเลเซีย.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก https://www.ventureoutsource.com

            Global Trade Atlas.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.gtis.com/gta

ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (E&E Intelligence Unit: EIU) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก  http://eiu.thaieei.com/Default.aspx

         

เลขที่ 57 ชั้น 6 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม
ถนน พระสุเมรุ (บางลำภู) เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
โทรศัพท์ : (66) 02-280-7272 อีเมล : contact@ee.mail.go.th
Fax : (66) 02-280-7277, (66) 02-280-7273

Copyright © 2021 Electrical and Electronics Institute. All Rights Reserved