สาธารณรัฐประชาชนจีน

ข้อมูลพื้นฐาน

ชื่อเต็ม                                สาธารณรัฐประชาชนจีน People's Republic of China (PRC)

ที่ตั้ง                                   ตั้งอยู่ด้านตะวันออกของทวีปเอเชียมีพรมแดนติดต่อประเทศต่างๆ โดยรอบ 15 ประเทศ ได้แก่ เกาหลีเหนือ รัสเซีย มองโกเลีย คาซัคสถาน เคอร์กิซสถาน ทาจิกิสถาน อัฟกานิสถาน ปากีสถาน อินเดีย เนปาล สิกขิม ภูฏาน พม่า ลาว และเวียดนาม โดยมีเส้นพรมแดนทางบกยาวกว่า 2 หมื่นกิโลเมตร ขณะที่ทิศตะวันออกและทิศใต้จดทะเลเหลือง ทะเลจีนตะวันออก และทะเลจีนใต้

พื้นที่                                  9.561 ล้านตารางกิโลเมตร

ภูมิประเทศ                           ทางตะวันตกส่วนใหญ่เป็นเทือกเขา ทะเลทราย และที่ราบสูง และค่อยๆ

                                        ลาดลงทางทิศตะวันออก

อาณาเขตติดต่อ                     ประเทศจีนมีพรมแดนติดกับประเทศอื่นถึง 22,800 กิโลเมตร มีพรมแดนติดกับประเทศต่างๆ ดังนี้

ทิศตะวันออก: ติดประเทศเกาหลี

ทิศเหนือ: ติดประเทศมองโกลเลีย

ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ: ติดประเทศรัสเซีย

ทิศตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้: ติดประเทศอินเดีย อัฟกานิสถาน เนปาล ภูฏานและปากีสถาน

ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ: ติดประเทศคาซัคสถาน, เคอกิสถาน

ทิศใต้: ติดประเทศพม่า ลาว และเวียดนาม

ภูมิอากาศ                            มีสภาพภูมิอากาศส่วนใหญ่เป็นฤดูแล้งและฤดูมรสุมชื้น ซึ่งทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิในฤดูหนาวและฤดูร้อน ในฤดูหนาว ลมทางเหนือซึ่งพัดลงมาจากละติจูดสูงทำให้เกิดความหนาวเย็นและแห้งแล้ง ขณะที่ในฤดูร้อน ลมทางใต้ซึ่งพัดมาจากพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่ละติจูดต่ำจะอบอุ่นและชุ่มชื้น ลักษณะภูมิอากาศในจีนแตกต่างกันมากในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากภูมิลักษณ์อันกว้างขวางและซับซ้อนของประเทศ

เมืองหลวง                           ปักกิ่งหรือเป่ยจิงตามภาษาราชการจีน ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ เป็นศูนย์กลางการปกครองของประเทศ ศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจการค้า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวัฒนธรรม เป็นที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตต่างๆ หน่วยงานของสหประชาชาติ และองค์การระหว่างประเทศ สำนักข่าวจากต่างประเทศ รวมทั้งบริษัทต่างชาติจำนวนมาก

เมืองสำคัญ                          ปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้, กวางโจว

เวลา                                  เวลามาตรฐานจีน หรือ เวลาปักกิ่ง เป็นเขตเวลาซึ่งใช้ในจีนแผ่นดินใหญ่ โดยเร็วกว่าเวลาสากลเชิงพิกัดอยู่ 8 ชั่วโมง (UTC+8) ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง

ประชากร                            1,396 ล?านคน (ก.ย. 2561)

ศาสนา                               ลัทธิขงจื้อ ลัทธิเต?า ศาสนาพุทธ อิสลาม และศาสนาคริสต?

ภาษาราชการ                        ภาษาจีนกลาง

สกุลเงิน                              สกุลเงิน เรียกว่า เหรินหมินปี้โดยมีหน่วยเรียกเป็น หยวน 

อัตราแลกเปลี่ยน                  4.48 THB บาทไทย = 1.0000 CNY หยวนจีน (กรกฎาคม 2019)

GDP (US$bn)                      13,457.267 (ปี 2018)      

GDP per capita (US$)                    9,633.099 (ปี 2018)      

Real GDP Growth (%)         6.60 (ปี 2018)

Inflation (%)                      2.194 (ปี 2018)      

1.แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 13 (2016-2020) มีประเด็นสำคัญดังนี้

- ยกเลิกนโยบายลูกคนเดียว (One-Child Policy)

- เน้นการบริโภคภายในประเทศ

- การปฏิรูปสู่ “New Normal” เน้นการเติบโตที่ยั่งยืน

- ยกระดับอำนาจทางเศรษฐกิจในเวทีโลกผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน

- ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคบริการ แทนอุตสาหกรรมการผลิตที่ใช้แรงงานจำนวนมาก

- ขยายความเป็นเมือง (Urbanization) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างสังคมเมืองและชนบท และพัฒนาคุณภาพ ชีวิตของประชากรให้ดีขึ้น

2.นโยบายเส้นทางสายไหม “Belt and Road Initiative” โดยมี Silk Road Economic Belt (แนวเส้นทางเศรษฐกิจทางบก) ระหว่างจีน (เมืองซีอาน) ผ่านเอเชียกลาง (คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน อุซเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน) ตะวันออกกลาง (อิหร่าน ตุรกี) กับรัสเซีย และยุโรป (โปแลนด์ เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี ออสเตรีย อิตาลี) และ Maritime Silk Road (การเชื่อมโยงทางทะเล) ระหว่างจีนกับประเทศในแถบภูมิภาคมหาสมุทร ซึ่งเชื่อมโยงเมืองท่าสำคัญของจีนกับเมืองท่าสำคัญในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย) เอเชียใต้ (อินเดีย ศรีลังกา) อัฟริกาตะวันออก (เคนยา) เข้าสู่ตอนเหนือของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

3.รัฐบาลจีนจัดตั้ง ธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (Asian Infrastructure Investment Bank: AIIB)” เพื่อปล่อยเงินกู้ให้กับประเทศในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำไปลงทุนก่อสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อีกทั้งผลักดันให้สกุลเงินหยวนเป็นอีกสกุลเงินหลักในเวทีการค้าโลก

4.แผนยุทธศาสตร์ “Made in China 2025มุ่งพัฒนาคุณภาพของสินค้าจีน ปรับปรุงการใช้ทรัพยากรและพลังงานให้มีประสิทธิภาพพัฒนาการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

5.แผนกระตุ้นเศรษฐกิจ “Internet Plus” นำอินเตอร์เน็ตมาเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมและบริการเพื่อให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

6.รัฐบาลจีนประกาศแผนพัฒนาการผลิตอัจฉริยะ (ปี 2016-2020) สรุปได้ดังนี้

- เป้าหมายของแผนพัฒนาการผลิตอัจฉริยะ (ณ ปี 2020)

1) มีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและอุปกรณ์เครื่องมือสำหรับการผลิตอัจฉริยะ

2) รากฐานการพัฒนามีความเข้มแข็งอย่างชัดเจน

3) สร้างระบบนิเวศน์สำหรับการผลิตอัจฉริยะ

4) การพัฒนาในสาขาสำคัญเกิดประสิทธิผลอย่างชัดเจน

- ภารกิจสำคัญ 10 ประการ

1) เร่งพัฒนา Intelligent Manufacturing Equipment

2) เสริมสร้างนวัตกรรมที่เป็น Key Common Technology

3) สร้างระบบมาตรฐานการผลิตอัจฉริยะ

4) สร้างรากฐานสำหรับอินเตอร์เน็ตเชิงอุตสาหกรรม

5) ส่งเสริมการสาธิตโครงการนำร่องการผลิตอัจฉริยะอย่างเต็มกำลัง

6) ผลักดันการปรับเปลี่ยนสู่การผลิตอัจฉริยะในสาขาสำคัญ

7) ส่งเสริมการยกระดับ SMEs สู่ Intelligent SMEs

8) สร้างระบบนิเวศน์การผลิตอัจฉริยะ

9) ผลักดันการร่วมพัฒนาการผลิตอัจฉริยะในระดับภูมิภาค

10) สร้างกำลังคนที่มีความสามารถด้านการผลิตอัจฉริยะ

7.แนวทางการผลักดันเงินหยวนสู่สกุลเงินสากล (Yuan Internationalization) ประกอบด้วย 1) เพิ่มการใช้เงินหยวนในการชำระเงินข้ามพรมแดน หรือ “RMB First” 2) ผลักดันการแลกเปลี่ยนเงินหยวนอย่างเสรี 3) สร้างพื้นฐานตลาดเพื่อรองรับการปฏิรูปอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนตามกลไกตลาด และ 4) พัฒนากรอบการกำกับดูแลเศรษฐกิจมหภาค

8.รัฐบาลจีนจะออกมาตรการ 20 ข้อ เกี่ยวกับการขยายตัวเพื่อส่งเสริมการใช้เงินทุนจากต่างชาติ โดยมาตรการดังกล่าวแบ่งเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านการขยายการเปิดประเทศ ด้านการสร้างสภาพแวดล้อมการแข่งขันในตลาดที่เป็นธรรม และด้านการส่งเสริมการดึงดูดเงินทุนจากต่างชาติ

9.วันที่ 1 พฤษภาคม 2017 รัฐบาลจีนจะประกาศบังคับใช้มาตรการแทนที่ภาษีใน 4 ประเภทอุตสาหกรรม แบ่งเป็น ด้านสถาปัตยกรรม (Architecture) อสังหาริมทรัพย์ (Real Estate) การเงิน (Finance) บริการด้านที่พัก (Living Service Industries)

10.เมื่อวันที่ 3-20 มีนาคม 2018 สภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติจีน (CPPCC) และสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) ได้จัดประชุมขึ้นเพื่อแต่งตั้งผู้นำฝ่ายบริหารชุดใหม่ รวมทั้งหาข้อสรุปในการปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานภาครัฐระดับประเทศของจีนครั้งใหญ่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดความซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงาน และเป็นการรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง ทั้งนี้ คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) ซึ่งเดิมมีสถานะเป็น “Super กระทรวงเป็นหน่วยงานที่ถูกแบ่งอำนาจและหน้าที่ไปให้หน่วยงานที่ตั้งใหม่มากที่สุด โดยจีนตั้งเป้าการปฏิรูปหน่วยงานทั้งประเทศให้แล้วเสร็จภายในปลายปี 2017 หรือมีนาคม 2018

11.ทิศทางนโยบายต่างประเทศของจีนจะยังคงมีความต่อเนื่องในแง่แนวคิดและหลักการ โดยเฉพาะการขยายความร่วมมือกับต่างประเทศภายใต้ Belt and Road Initiative การเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของจีน ความพร้อมของจีนในการสร้างสันติภาพ การสนับสนุนเศรษฐกิจโลกาภิวัฒน์และการค้าเสรี และการรักษาดุลอำนาจและผลประโยชน์ของจีนต่อประเทศมหาอำนาจ นอกจากนี้ จีนยืนยันในหลักการ หนึ่งประเทศ สองระบบในส่วนของฮ่องกงและมาเก๊า เน้นย้ำ นโยบายจีนเดียวและฉันทามติ 1992 โดยไม่ยอมรับการแบ่งแยกไต้หวัน รวมทั้งการปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดน (ไต้หวัน ทิเบต ซินเจียง ทะเลจีนใต้)

ในปี 2018 จีน มีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศรวม 4,600,328 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยแบ่งออกเป็นมูลค่าการส่งออกเท่ากับ 2,491,355 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าส่งออก ได้แก่ เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ และเฟอร์นิเจอร์ เครื่องเตียง ฟูก ฐานรองฟูก เบาะ เป็นต้น ตลาดส่งออกหลักที่สำคัญ คือ ตลาดสหรัฐอเมริกา ฮ่องกง และญี่ปุ่น ด้านการนำเข้าคิดเป็นมูลค่า 2,108,973 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า เชื้อเพลิงที่ได้จากแร่ น้ำมันแร่ได้จากการกลั่นสารบิทูมินัส และเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เป็นต้น โดยมีเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และไต้หวัน เป็นแหล่งนำเข้าที่สำคัญ

ตาราง มูลค่าการค้ารวมของจีน

การค้า

มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2016

2017

2018

% Change

2017/2016

% Change

2018/2017

การค้ารวม

3,660,012

4,069,162

4,600,328

11.18

13.05

การส่งออก

2,135,308

2,279,162

2,491,355

6.74

9.31

การนำเข้า

1,524,704

1,790,000

2,108,973

17.40

17.82

ที่มา: Global Trade  Atlas



ตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของจีน 10 อันดับแรก ปี 2018

จีนนำเข้าจากประเทศคู่ค้า 10 อันดับแรก ปี 2018

ประเทศ

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

ส่วนแบ่งตลาด (%)

+/- (%)

1.ไต้หวัน

119,687

20.30

18.84

2.เกาหลีใต้

107,290

18.20

16.33

3.ญี่ปุ่น

49,872

8.46

4.65

4.มาเลเซีย

37,260

6.32

9.87

5.เวียดนาม

35,102

5.95

51.31

6.สหรัฐอเมริกา

21,640

3.67

11.68

7.ไทย

17,186

2.91

10.88

8.เยอรมนี

15,258

2.59

9.42

9.ฟิลิปปินส์

15,066

2.56

6.74

10.สิงคโปร์

11,734

1.99

1.50

ที่มา: Global Trade  Atlas

ประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของจีน 10 อันดับแรก ปี 2018 พบว่า จีนนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากไต้หวันมากเป็นอันดับ 1 มูลค่า 119,687 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 20.30 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 18.84 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่จีนนำเข้าจากไต้หวัน เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ และไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ เป็นต้น อันดับ 2 คือ เกาหลีใต้ จีนนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากเกาหลีใต้ มูลค่า 107,290 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 18.20 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 16.33 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่จีนนำเข้าจากเกาหลีใต้ เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ และส่วนประกอบเครื่องรับโทรทัศน์(สายอากาศ,ตู้วิทยุหรือโทรทัศน์) เป็นต้น และอันดับ 3 คือ ญี่ปุ่น จีนนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากญี่ปุ่น มูลค่า 49,872 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 8.46 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 4.65 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่จีนนำเข้าจากญี่ปุ่น เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า และไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ เป็นต้น ในขณะที่ไทยเป็นประเทศอันดับ 7 ที่จีนนำเข้าสินค้า โดยมีมูลค่า 17,186 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 2.91 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 10.88 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่จีนนำเข้าจากไทย เช่น อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) และส่วนประกอบเครื่องรับโทรทัศน์(สายอากาศ,ตู้วิทยุหรือโทรทัศน์) เป็นต้น 

ตาราง มูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของจีน 10 อันดับแรก

 

 

สินค้า

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2016

2017

2018

2018

1.วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit)

232,220

261,489

315,088

20.50

2.ส่วนประกอบเครื่องรับโทรทัศน์(สายอากาศ,ตู้วิทยุหรือโทรทัศน์)

47,548

53,542

54,663

2.09

3.อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์

43,321

45,024

53,859

19.62

4.ไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ

28,012

28,003

28,618

2.20

5.เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า

22,711

24,801

26,127

5.35

6.ตัวเก็บประจุไฟฟ้า (CAPACITOR),Resistor

10,526

10,950

15,033

37.29

7.วงจรพิมพ์ (Printed Circuit)

10,353

11,557

12,376

7.09

8.Power supply PC

5,929

6,179

7,292

18.01

9.อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการส่งหรือการรับ เปลี่ยนเสียง ภาพ

5,021

5,599

6,043

7.93

10.สายไฟ ชุดสายไฟ

4,448

4,680

5,194

10.98

รวมมูลค่าการนำเข้าทั้งหมด

469,542

513,368

589,585

14.85

ที่มา: Global Trade  Atlas

จากตารางมูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของจีน  10 อันดับแรก พบว่า ปี2018 จีนมีมูลค่าการนำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์รวม 589,585 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 14.85 โดยนำเข้าวงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) มากเป็นอันดับ 1 มีมูลค่า 315,088 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 20.50 สินค้าที่จีนนำเข้าอันดับ 2 ได้แก่ ส่วนประกอบเครื่องรับโทรทัศน์(สายอากาศ,ตู้วิทยุหรือโทรทัศน์) โดยมีมูลค่า 54,663 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 2.09 และสินค้าที่จีนนำเข้าอันดับ 3 ได้แก่ อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยมีมูลค่า 53,859 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 19.62

ตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของจีน 10 อันดับแรก ปี 2018

จีนส่งออกไปยังประเทศคู่ค้า 10 อันดับแรก ปี 2018

ประเทศ

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

ส่วนแบ่งตลาด (%)

+/- (%)

1.ฮ่องกง

200,238

21.60

10.89

2.สหรัฐอเมริกา

192,134

20.72

11.42

3.ญี่ปุ่น

51,147

5.52

5.56

4.เกาหลีใต้

45,951

4.96

7.23

5.เนเธอร์แลนด์

41,069

4.43

7.88

6.อินเดีย

29,641

3.20

7.54

7.เยอรมนี

28,476

3.07

7.33

8.เวียดนาม

25,127

2.71

18.81

9.ไต้หวัน

23,531

2.54

15.06

10.สิงคโปร์

17,882

1.93

4.74

ที่มา: Global Trade  Atlas

การส่งออกชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของจีน ปี 2018 พบว่า จีนส่งออกไปยังฮ่องกงมากเป็นอันดับ 1 โดยมีมูลค่า 200,238 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 21.60 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 10.89 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่จีนส่งออกไปยังฮ่องกง เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ และ Mobile Telephone เป็นต้น อันดับ 2 คือ สหรัฐอเมริกา จีนส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา มูลค่า 192,134 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 20.72 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 11.42 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่จีนส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ ครบชุด,Notebook,palm Mobile Telephone และอุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น และอันดับ 3 คือ ญี่ปุ่น จีนส่งออกไปยังญี่ปุ่น มูลค่า 51,147 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 5.52 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 5.56 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่จีนส่งออกไปยังญี่ปุ่น เช่น Mobile Telephone เครื่องคอมพิวเตอร์ ครบชุด,Notebook,palm และอุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ในขณะที่จีนส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปยังไทยมากเป็นอันดับที่ 15 โดยมีมูลค่า 12,565 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 1.36 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 5.25 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่จีนส่งออกไปยังไทย เช่น Mobile Telephone ส่วนประกอบเครื่องรับโทรทัศน์(สายอากาศ,ตู้วิทยุหรือโทรทัศน์) และอุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

ตาราง มูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของจีน 10 อันดับแรก

 

 

สินค้า

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2016

2017

2018

2018

1.Mobile Telephone

116,184

127,964

141,786

10.80

2.อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์

80,963

92,269

108,630

17.73

3.เครื่องคอมพิวเตอร์ครบชุด,Notebook,palm

84,924

96,914

104,404

7.73

4.วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit)

64,504

67,656

85,970

27.07

5.ส่วนประกอบเครื่องรับโทรทัศน์(สายอากาศ,ตู้วิทยุหรือโทรทัศน์)

59,982

63,990

65,160

1.83

6.อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการส่งหรือการรับ เปลี่ยนเสียง ภาพ

32,090

36,121

42,270

17.02

7.เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า

24,552

26,721

29,515

10.46

8.ไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ

27,267

26,731

29,056

8.70

9.สายไฟ ชุดสายไฟ

19,128

19,961

20,741

3.91

10.เครื่องรับโทรทัศน์สี

15,943

17,441

18,096

3.76

รวมมูลค่าการส่งออกทั้งหมด

769,546

836,188

927,237

10.89

ที่มา: Global Trade  Atlas

จากตารางมูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของจีน 10 อันดับแรก พบว่า ปี2018 มีมูลค่าการส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์รวม 927,237 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งมีการขยายตัวร้อยละ 10.89 จีนมีการส่งออก Mobile Telephone มากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 มีมูลค่า 141,786 ล้านเหรียญสหรัฐ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 10.80 อันดับ 2 ได้แก่ อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยมีมูลค่าการส่งออก 108,630 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 17.73 และอันดับ 3 ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ครบชุด,Notebook,palm มูลค่าการส่งออก 104,404 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 7.73

ตาราง มูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 10 อันดับแรกที่ไทยนำเข้าจากจีน

 

ผลิตภัณฑ์

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2016

2017

2018

2018

1.เครื่องโทรศัพท์ และอุปกรณ์

2,813.91

3,039.25

2,815.84

-7.35

2.อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์

1,337.52

1,361.96

1,403.11

3.02

3.เครื่องอุปกรณ์สำหรับการส่งหรือการรับเสียง ภาพ

1,132.98

1,050.82

1,293.18

23.06

4.เครื่องคอมพิวเตอร์

881.57

1,059.72

1,218.68

15.00

5.วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit)

863.56

852.25

1,003.22

17.71

6.ส่วนประกอบของเครื่องอุปกรณ์สำหรับการส่งหรือการรับเสียง ภาพ

388.77

505.42

804.58

59.19

7.แผงสวิตซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า

357.38

369.65

690.31

86.75

8.วงจรพิมพ์ (Printed Circuit)

480.86

590.45

659.71

11.73

9.เครื่องอุปกรณ์สําหรับป้องกันวงจรไฟฟ้าและส่วนประกอบ

571.78

582.33

640.97

10.07

10.เทปแม่เหล็กและจานแม่เหล็ก,แผ่น CD

203.74

441.91

640.1

44.85

รวมมูลค่าการนำเข้าทั้งหมด

16,246.05

16,823.57

18,846.18

12.02

ที่มา: ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ )E&E Intelligence Unit: EIU) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

จากตารางมูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยจากจีน 10 อันดับแรก แสดงให้เห็นว่า ปี 2018 ไทยนำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากจีน คิดเป็นมูลค่านำเข้าทั้งหมด 18,846.18 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 12.02 โดยสินค้านำเข้าอันดับ 1 ได้แก่ เครื่องโทรศัพท์ และอุปกรณ์ โดยมีมูลค่าการนำเข้า 2,815.84 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีอัตราการหดตัวร้อยละ 7.35 อันดับ 2 ได้แก่ อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยมีมูลค่าการนำเข้า 1,403.11 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 3.02 และสินค้าที่ไทยนำเข้าจากจีนเป็นอันดับ 3 ได้แก่ เครื่องอุปกรณ์สำหรับการส่งหรือการรับเสียง ภาพ โดยมีมูลค่า 1,293.18 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 23.06 


ตาราง มูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 10 อันดับแรกที่ไทยส่งออกไปยังจีน

 

ผลิตภัณฑ์

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2016

2017

2018

2018

1.อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์

1,534.19

2,025.64

1,984.99

-2.01

2.วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit)

1,032.79

1,072.29

907.07

-15.41

3.วงจรพิมพ์ (Printed Circuit)

277.07

305.93

330.29

7.96

4.แผงสวิตซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า

133.64

256.99

300.84

17.06

5.เครื่องเปลี่ยนไฟฟ้า

149.51

201.01

241.7

20.24

6.กล้องถ่ายบันทึกภาพและส่วนประกอบ

272.43

255

218.52

-14.31

7.เครื่องคอมเพรสเซอร์ของเครื่องทำความเย็น และส่วนประกอบ

150.88

235.4

214.99

-8.67

8.เครื่องอุปกรณ์สําหรับป้องกันวงจรไฟฟ้าและส่วนประกอบ

137.69

180.66

178.24

-1.34

9.มอเตอร์ไฟฟ้า

229.33

141.74

118.42

-16.45

10.ตัวเก็บประจุไฟฟ้า(Capacitor), ตัวต้านทานไฟฟ้า

80.23

87.42

118.32

35.35

รวมมูลค่าการส่งออกทั้งหมด

4,842.33

5,638.22

5,610.80

-0.49

ที่มา: ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ )E&E Intelligence Unit: EIU) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

จากตารางมูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยไปยังจีน 10 อันดับแรก แสดงให้เห็นว่า ปี 2018 ไทยส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปยังจีน คิดเป็นมูลค่าส่งออกทั้งหมด 5,610.80 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการหดตัวร้อยละ 0.49 โดยสินค้าส่งออกอันดับ 1 ได้แก่ อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ มีมูลค่าการส่งออก 1,984.99 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการหดตัวร้อยละ 2.01 สินค้าส่งออกอันดับ 2 ได้แก่ วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) มีมูลค่าการส่งออก 907.07 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการหดตัวร้อยละ 15.41 และสินค้าส่งออกอันดับ 3 ได้แก่ วงจรพิมพ์ (Printed Circuit) มีมูลค่าการส่งออก 330.29 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 7.96 ซึ่งลักษณะการส่งออกของไทยไปจีนเป็นการส่งออกชิ้นส่วนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเพิ่มมูลค่าสินค้าหรือประกอบเป็นสินค้าสำเร็จรูปต่อไป

สถานการณ์การลงทุน

1.ในปี 2018 จีนเป็นประเทศที่มีการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) มากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา คิดเป็นมูลค่า 1.35 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 3 ในขณะที่จีนไปลงทุนในต่างประเทศ (ODI) คิดเป็นมูลค่า 1.3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.2 สืบเนื่องจากแรงกดดันทางการเมืองระหว่างรัฐบาลปักกิ่งและวอชิงตัน ทำให้นักลงทุนจีนหันไปลงทุนในยุโรปมากขึ้น อาทิ สวีเดน อังกฤษ เยอรมนี และฝรั่งเศส และตามสถิติของ BOI จีนเป็นนักลงทุนอันดับที่ 3 รองจากญี่ปุ่น และสิงคโปร์ที่ได้รับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 1.029 พันล้านเหรียญสหรัฐ สาขาที่เข้ามาลงทุนมาก ได้แก่ การผลิตเครื่องจักรกล บริการ แร่ธาตุและเซรามิก เคมีภัณฑ์และกระดาษ เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น

2.นักลงทุนรายใหญ่ที่เข้าไปลงทุนในจีน 5 ลำดับแรก ได้แก่ ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน เกาหลีใต้ และอังกฤษ ธุรกิจหลักที่มีการลงทุน ได้แก่ อุตสาหกรรมการผลิต อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจบริการและการใช้เช่า ค้าส่งและค้าปลีก และโลจิสติกส์

3.Belt and Road Initiative กลายเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญระดับโลก ในปี 2018 จีนลงทุนใน 56 ประเทศบนเส้นทางสายไหมเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 8.9 คิดเป็นมูลค่าราว 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 13 ของมูลค่าการลงทุนในต่างประเทศของจีนทั้งหมด แต่หากนับรวมการลงทุนที่เกิดจากข้อผูกพัน (MOUs) ที่มีการลงนามภายในสิ้นปี 2018 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นความตกลงระหว่างจีนและประเทศในเขตแอฟริกา จะทำให้ ODI ของจีนในเขตประเทศบนเส้นทางสายไหมคิดเป็นกว่าร้อยละ 40 ของ ODI ทั้งหมดของจีน

การลงทุนของจีน

ในปี 2017 ที่ผ่านมา จีนมีการลงทุนจากต่างชาติ มูลค่า 136,320 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และออกไปลงทุนในต่างประเทศ 124,630 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ตาราง มูลค่าการลงทุนจากต่างชาติของจีน

Foreign Direct Investment

2015

2016

2017

FDI inflows (Millions of dollars)

135,610

133,710

136,320

FDI outflows (Millions of dollars)

145,667

196,149

124,630

FDI inward stock (Millions of dollars)

1,220,903

1,354,404

1,490,933

FDI outward stock (Millions of dollars)

1,010,202

1,280,975

1,482,020







                                                                                                   ที่มา: UNCTAD, 2018


1.     

สำนักงานศุลกากรนครหนานหนิง เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 เป็นต้นไป ประเทศจีนจะเริ่มดำเนินนโยบายปรับลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับสินค้านำเข้า เพื่อช่วยลดภาระให้แก่ภาคธุรกิจนำเข้าและผู้บริโภคในประเทศ

ภาษี VAT สินค้านำเข้าอัตราใหม่ลดลงจาก 16% และ 10% เหลือเพียง 13% สำหรับสินค้าแปรรูปทั่วไป และ 9% สำหรับสินค้าเกษตรที่ยังไม่แปรรูป โดยศุลกากรจีนคาดว่านโยบายดังกล่าวจะช่วยลดภาระภาษีให้ภาคธุรกิจนำเข้าได้ราว 2.25 แสนล้านหยวน หรือประมาณ 3.35 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ นับเป็นความเคลื่อนไหวระลอกใหม่ของรัฐบาลจีนที่มุ่งสร้างบรรยากาศการค้าให้เกิดการแข่งขันอย่างยุติธรรมและกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศผ่านนโยบายการปรับปรุงโครงสร้างภาษี หลังจากที่เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2561 เพิ่งปรับลดภาษี VAT จากเดิมที่ 17% และ 11% ลดลงเหลือ 16% และ 10% (ยกเว้นสาขาธุรกิจ (ส่วนใหญ่เป็นอสังหาริมทรัพย์) ที่จัดเก็บอยู่ที่ 6% ยังคงอัตราเดิม) ตามลำดับ

นอกจากนี้ นโยบายดังกล่าวยังบังคับใช้กับสินค้าปลีกที่นำเข้าจากการทำธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามแดน (Cross-border e-Commerce – CBEC) ด้วยเช่นกัน โดยคาดว่าการลด VAT ครั้งนี้จะช่วยลดภาระให้ผู้บริโภคลงได้ 1,350 ล้านหยวนในปีนี้

ทั้งนี้ การออกมาตรการลดภาษีระลอกนี้ของรัฐบาลจีนมีเป้าหมายสำคัญเพื่อกระตุ้นการลงทุนและการค้าของภาคธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อยเป็นหลัก ซึ่งรัฐบาลจีนมองว่าภาคธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อยจะเป็นแรงกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจที่สำคัญของจีนในอนาคตในท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังคงซบเซาและเต็มไปด้วยระบบกีดกันทางการค้า รวมทั้งที่ผ่านมาภาคธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อยยังเป็นตัวจักรสำคัญในการสร้างงานและกระจายรายได้ให้กับประชาชนจีนรวมถึงการกระตุ้นธุรกิจ Start up ด้วย นอกเหนือไปจากการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ

ที่มา: สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง

กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.dft.go.th

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.ditp.go.th

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.dtn.go.th

Global Trade Atlas.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.gtis.com/gta

ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (EIU).(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก eiu.thaieei.com

Globthailand.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก https://globthailand.com/china_0279/

เลขที่ 57 ชั้น 6 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม
ถนน พระสุเมรุ (บางลำภู) เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
โทรศัพท์ : (66) 02-280-7272 อีเมล : contact@ee.mail.go.th
Fax : (66) 02-280-7277, (66) 02-280-7273

Copyright © 2021 Electrical and Electronics Institute. All Rights Reserved