สาธารณรัฐฟิลิปปินส์

ประเทศสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (Republic of the Philippines)

อาเซียน                             เป็นสมาชิกอาเซียนเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510

ชื่อเต็ม                               สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (อังกฤษ: Republic of Philippines ภาษาฟิลิปิโน: Republika ng Pilipinas)

ที่ตั้ง                              ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นหมู่เกาะอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันตก ตั้งอยู่ระหว่างละติจูดที่ 4 องศา 40 ลิปดาเหนือ กับ 21 องศา 10 ลิปดาเหนือ และลองจิจูดที่ 116องศา 40 ลิปดาตะวันออก กับ 126 องศา 34 ลิปดาตะวันออก บนเขตวงแหวนแห่งไฟ (Pacific Ring of Fire) ซึ่งเป็นบริเวณในมหาสมุทรแปซิฟิกที่เกิดแผ่นดินไหวและภูเขาระเบิดบ่อยครั้ง และประเทศฟิลิปปินส์ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปเอเชียอยู่ห่างกรุงเทพฯ ประมาณ 1,200? ไมล์

พื้นที่                                 329,847 ตารางกิโลเมตร ประมาณ 206 ล้านไร่ (เป็นอันดับที่ 67 ของโลก)

ภูมิประเทศ                          ประเทศฟิลิปปินส์ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก สภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง มีภูเขาและภูเขาไฟจำนวนมาก ลักษณะภูมิประเทศประกอบด้วย พื้นดิน?298,170?ตารางกิโลเมตร?พื้นน้ำ?1,830?ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะขนาดต่างๆ 7,107?เกาะ

ฟิลิปปินส์แบ่งออกเป็น 3 หมู่เกาะหลักๆ คือ ได้แก่

1. หมู่เกาะลูซอน?(Luzon) เป็นหมู่เกาะทางตอนเหนือของประเทศ

2. หมู่เกาะวิสายาส์?(Visayas)?อยู่ทางตอนกลางของประเทศ

3. หมู่เกาะมินดาเนา?(Mindanao)?อยู่ทางตอนใต้ของประเทศ มีชายฝั่งทะเลยาวประมาณ?36,289?กิโลเมตร ขนาดประมาณ 3 ใน 5 ของประเทศไทย หมู่เกาะของฟิลิปปินส์เป็นหมู่เกาะเทือกเขาหินใหม่ ทำให้มักเกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดอยู่บ่อยครั้ง และในปัจจุบันนี้ก็ยังมีภูเขาไฟที่พร้อมจะปะทุอยู่อย่างน้อย 22 ลูก โดยเฉพาะภูเขาไฟมายอน (Mayon) พินาตูโบ (Pinatubo) และทาล (Taal) นอกจากนี้ฟิลิปปินส์ยังมีที่ราบแคบๆ ซึ่งจะมีที่ราบที่สำคัญก็คือ ที่ราบตอนกลางของเกาะลูซอนที่เรียกว่าที่ราบมะนิลา ถือเป็นที่ราบที่ใหญ่ที่สุด

อาณาเขตติดต่อ                     ทางทิศเหนือและทิศตะวันตก ติดกับทะเลจีนใต้

ทางทิศใต้และทิศตะวันออก ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก

ภูมิอากาศ                           ฟิลิปปินส์อยู่ในพื้นที่มรสุมเขตร้อน มี 3 ฤดูกาล คือ

1) ฤดูร้อน (มีนาคม-พฤษภาคม) เริ่มในเดือนมีนาคมและร้อนที่สุดในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 35 องศาเซลเซียส ขณะที่กรุงมะนิลาจะร้อนและมีฝุ่นละอองมากที่สุด อุณหภูมิระหว่างวันอาจสูงถึง 40 องศาเซลเซียส

2) ฤดูฝน (มิถุนายน-ตุลาคม) ปกติปริมาณน้ำฝนอยู่ที่ประมาณ 5,000 มิลลิเมตร แต่บางครั้งจะมีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่านทำให้มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ติดต่อกันหลายวัน รวมถึงในช่วงกรกฎาคมถึงตุลาคมมักมีลมพายุหลายลูกก่อตัวขึ้นทางทิศตะวันออกของเกาะลูซอน ปิโคน และทิศตะวันออกของหมู่เกาะวิสายาส์ ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาของฟิลิปปินส์แบ่งความแรงของพายุเป็น 4 ระดับ และหากพายุมีความแรงถึงระดับสองขึ้นไป โรงเรียน ราชการ และห้างร้านต่างๆ จะหยุดทำการชั่วคราว

3) ฤดูหนาว (พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์) อุณหภูมิเฉลี่ยกลางวันประมาณ 28 องศาเซลเซียส และกลางคืน 17 องศาเซลเซียส โดยหนาวที่สุดในช่วงธันวาคม

การที่ฟิลิปปินส์อยู่ในเขตมรสุม ทำให้มีสภาพอากาศแปรปรวนและฝนตกหนักอันเนื่องจากพายุและไต้ฝุ่น จนต้องประสบภัยธรรมชาติบ่อยครั้ง และก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิตเกษตรเป็นจำนวนมาก

เมืองหลวง                          มะนิลา (Manila) เป็นเมืองหลวงเมืองท่าและศูนย์กลางอุตสาหกรรมของประเทศ เป็นเมืองหลวงเดิม มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ตั้งอยู่ในที่กำบังลมริมอ่าวมะนิลา อุตสาหกรรมในเขตชานเมืองมะนิลา ได้แก่ โรงงานผลิตเบียร์ อาหารกระป๋อง มวนบุหรี่ สกัดน้ำมันจากพืช (มะพร้าว) ทอผ้าเครื่องอุปโภคบริโภค โรงงานประกอบรถยนต์ กลั่นน้ำมันและผลิตซิเมนต์ สินค้าออกสำคัญของประเทศส่งออกที่เมืองท่ามะนิลา นับว่าเป็นเมืองใหญ่และมีประชากรมากที่สุด

เมืองสำคัญ                          เกซอนซิตี (Queaon City) เป็นศูนย์กลางการปกครองอยู่ไม่ห่างไกลจากมะนิลาไปทางตะวันออกสำหรับทำเนียบของประธานาธิบดีและสถานที่ราชการบางแห่งยังอยู่ที่มะนิลา

เซบู (Cebu) ตั้งอยู่บนเกาะเซบูเป็นเมืองท่าขนถ่ายสินค้าระหว่างเกาะ เช่น มะพร้าวแห้ง ข้าว และเป็นเมืองอุตสาหกรรมอันดับสอง ประกอบด้วยอุตสาหกรรมหนัก และอุตสาหกรรมเบา

ดาเวา (Davao) เป็นเมืองใหญ่ที่สุดในเกาะมิดาเนาตั้งอยู่ริมฝั่งด้านใต้ของเกาะ เป็นแหล่งรวบรวมสินค้าเช่น มะพร้าวแห้งและป่านส่งต่อไปยังมะนิลาเพื่อจำหน่ายเป็นสินค้าออก

เวลา                                 เร็วกว่าประเทศไทยประมาณ 1 ชั่วโมง

ประชากร                            ประมาณ?104.3 ล้านคน (ปี 2017) ความหนาแน่นประชากร 298คน/ตารางกิโลเมตร จำนวนประชากรมากเป็นอันดับที่ 12 ของโลก

เชื้อชาติ                             เป็นเชื้อสายตากาล็อกร้อยละ 96 เชื้อสายจีนร้อยละ 2 และอื่นๆ ร้อยละ 2

ศาสนา                               คริสต์ 93% (คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก 84% นิกายโปรเตสแตนต์ 9%) อิสลาม 5% ฮินดู 2% และพุทธ 1%

ภาษา                                ฟิลิปีโนหรือภาษาตากาล็อก และอังกฤษ เป็นภาษาราชการ

การปกครอง                         คือการใช้อำนาจอธิปไตยตามกฎหมายในการบริหารและจัดการประเทศ การปกครองมีหลายรูปแบบเช่น การปกครองแบบประชาธิปไตย และการปกครองแบบเผด็จการ นอกจากนี้การปกครองยังมีได้หลายระดับ เช่น การปกครองส่วนกลาง การปกครองส่วนภูมิภาค และการปกครองส่วนท้องถิ่น

สกุลเงิน                              เปโซ” (Peso) อัตราแลกเปลี่ยน 1 THB = 1.67 PHP (มี.ค.2018)

voltarene 100 ningchao.net voltarenplast
voltarene 100 ningchao.net voltarenplast
oceanile oceanile oceania
plendil 2.5 mg plendil 5 mg prospect plendil 5 mg cena
ciproxin crownlimos.ca ciprofloxacin
ciproxin ciprofloxacin ciprofloxacin
cialis cialis 20 mg prezzo cialis
cialis cialis forum cialis
vibramycin vibramycin 100 vibramycine n

เศรษฐกิจของประเทศฟิลิปปินส์

เศรษฐกิจของประเทศฟิลิปปินส์

ฟิลิปปินส์มีระบบเศรษฐกิจแบบระบบกสิกรรม โดยประชากรร้อยละ 60 ประกอบอาชีพเกษตรกร อย่างไรก็ตาม สภาพภูมิประเทศที่เป็นหมู่เกาะส่งผลให้พื้นที่เพาะปลูกมีน้อย โดยส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณที่ราบต่ำและเนินเขาที่ปรับให้เป็นขั้นบันไดในบริเวณเกาะลูซอน เนื่องจากประเทศฟิลิปปินส์เป็นประเทศเกษตรกรรม แต่เนื้อที่ที่ใช้เพาะปลูกมีอย่างจำกัด โดยมักจะทำการเพาะปลูกบนพื้นที่ราบต่ำและมีการปรับพื้นที่เนินเขาให้เป็นขั้นบันไดเพื่อปลูกพืช

พืชเศรษฐกิจที่สำคัญคือ มะพร้าว อ้อย ป่านอบากา สัปปะรด มะม่วง เนื้อสุกร ไข่ เนื้อวัว ปลา ฟิลิปปินส์ยังมีการส่งออกแร่สำคัญหลายชนิด ได้แก่ เหล็ก โครไมต์ ทองแดง และเงิน เป็นต้น

อุตสาหกรรมประกอบอุปกรณ์ไฟฟ้า เสื้อผ้าสำเร็จรูป รองเท้า เวชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์จากไม้ แปรรูปอาหาร กลั่นน้ำมันปิโตรเลียม นอกจากการประกอบอาชีพกสิกรรมแล้ว ประชากรฟิลิปปินส์ยังนิยมประกอบอาชีพในต่างประเทศ ดังนั้นฟิลิปปินส์จึงพึ่งพารายได้จากแรงงานฟิลิปปินส์ในต่างประเทศเพื่อการพัฒนาประเทศ

augmentin eureka augmentin vidal augmentin injectable
voltarene 100 ningchao.net voltarenplast
omeprazole danger cartoninjas.net omeprazole posologie
euthyrox 75 igliving.com euthyrox wirkstoff
levitrans blog.pelagicfm.com levitra koupit
etoricoxib uses link etoricoxib and thiocolchicoside
coversyl plus read coversyl 4 mg
coversyl plus read coversyl 4 mg
cialis 20mg click cialis
renovar certificado digital modelus.com renovacion pasaporte
nolvadex 20mg nolvadex forum nolvadex prix maroc
januvia price go januvia 100 mg
cialis cialis forum cialis
lexapro overdose mg click lexapro dosage for depression
erythromycin mrsa click erythromycin dose

ตารางมูลค่าการค้ารวมของฟิลิปปินส์

การค้า

มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2015

2016

2017

% Change

2016/2015

% Change

2017/2016

การค้ารวม

125,334

137,147

156,074

9.43

13.80

การส่งออก

58,648

56,313

63,233

-3.98

12.29

การนำเข้า

66,686

80,834

92,841

21.22

14.85

ที่มา: Global Trade  Atlas

ในปี 2017 ฟิลิปปินส์มีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศรวม 156,074 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยแบ่งออกเป็นมูลค่าการส่งออกเท่ากับ 63,233 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าส่งออก ได้แก่ เครื่องจักร เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า และเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เป็นต้น ตลาดส่งออกหลักที่สำคัญ อาทิ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และฮ่องกง เป็นต้น ด้านการนำเข้าคิดเป็นมูลค่า 92,841 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ เครื่องจักร เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า เชื้อเพลิงที่ได้จากแร่ น้ำมันแร่ และเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เป็นต้น โดยมีจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เป็นแหล่งนำเข้าที่สำคัญ

ตารางประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของฟิลิปปินส์ 10 อันดับแรก ปี 2017

ฟิลิปปินส์ส่งออกไปยังประเทศคู่ค้า 10 อันดับแรก

ปี 2017

ประเทศ

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

+/- (%)

ส่วนแบ่งตลาด (%)

1.สหรัฐอเมริกา

2,895

1.88

17.95

2.ญี่ปุ่น

2,727

-12.70

16.90

3.จีน

2,495

-2.91

15.47

4.ฮ่องกง

2,277

14.24

14.11

5.ไทย

866

13.73

5.37

6.เยอรมนี

738

23.62

4.57

7.เกาหลีใต้

545

4.44

3.38

8.ไต้หวัน

420

27.66

2.61

9.สิงคโปร์

416

3.34

2.58

10.เม็กซิโก

314

-6.87

1.94

ที่มา: Global Trade  Atlas


จากตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของฟิลิปปินส์ 10 อันดับแรก ปี 2017 พบว่า ฟิลิปปินส์นำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากจีนมากเป็นอันดับ 1 มูลค่า 2,808 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 27.57 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 25.36 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ฟิลิปปินส์นำเข้าจากจีน เช่น อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบเครื่องรับโทรทัศน์ (สายอากาศ,ตู้วิทยุหรือโทรทัศน์) และเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า เป็นต้น อันดับ 2 คือ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์นำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากญี่ปุ่น มูลค่า 1,652 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 16.22 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 5.73 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ฟิลิปปินส์นำเข้าจากญี่ปุ่น เช่น อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า และไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ เป็นต้น และอันดับ 3 คือ สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์นำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากสิงคโปร์ มูลค่า 1,154 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 11.33 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 12.87 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ฟิลิปปินส์นำเข้าจากสิงคโปร์ เช่น อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า และเครื่องคอมพิวเตอร์ ครบชุด,Notebook,palm เป็นต้น ในขณะที่ไทยเป็นประเทศอันดับ 6 ที่ฟิลิปปินส์นำเข้าสินค้า โดยมีมูลค่า 627 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 6.15 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 12.04 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ฟิลิปปินส์นำเข้าจากไทย เช่น อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องปรับอากาศ และเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า เป็นต้น

ตารางมูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของฟิลิปปินส์ 10 อันดับแรก

 

สินค้า

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2015

2016

2017

2017

1.อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์

5,622

5,567

6,048

8.64

2.สายไฟ ชุดสายไฟ

2,209

2,208

2,132

-3.44

3.ไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ

3,039

2,348

1,724

-26.58

4.Power supply PC

1,233

1,156

1,113

-3.72

5.เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า

723

706

1,059

50.00

6.ตัวเก็บประจุไฟฟ้า (CAPACITOR),Resistor

612

557

786

41.11

7.วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit)

501

387

327

-15.50

8.วงจรพิมพ์ (Printed Circuit

460

340

323

-5.00

9.ส่วนประกอบเครื่องรับโทรทัศน์(สายอากาศ,ตู้วิทยุหรือโทรทัศน์)

568

648

318

-50.93

10.หม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (เกิน 1KVA)

195

272

318

16.91

รวมมูลค่าส่งออกทั้งหมด

16,733

15,662

16,130

2.99

                                  ที่มา: Global Trade  Atlas


จากตารางมูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของฟิลิปปินส์ 10 อันดับแรก พบว่า การส่งออกของฟิลิปปินส์ในปี 2017 มีมูลค่าการส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์รวม 16,130 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 2.99 ฟิลิปปินส์ส่งออกอุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์มากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 มีมูลค่า 6,048 ล้านเหรียญสหรัฐ  มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 8.64 อันดับ 2 ได้แก่ สายไฟ ชุดสายไฟ โดยมีมูลค่าการส่งออก 2,132 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการหดตัวร้อยละ 3.44 และอันดับ 3 ได้แก่ ไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ มูลค่าการส่งออก 1,724 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการหดตัวร้อยละ 26.58 เนื่องจากผู้บริโภคมีความต้องการลดลง


ตารางประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของฟิลิปปินส์ 10 อันดับแรก ปี 2017

ฟิลิปปินส์นำเข้าจากประเทศคู่ค้า 10 อันดับแรก

ปี 2017

ประเทศ

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

+/- (%)

ส่วนแบ่งตลาด (%)

1.จีน

2,808

25.36

27.57

2.ญี่ปุ่น

1,652

5.73

16.22

3.สิงคโปร์

1,154

12.87

11.33

4.ฮ่องกง

756

14.31

7.42

5.เกาหลีใต้

692

28.72

6.79

6.ไทย

627

12.04

6.15

7.สหรัฐอเมริกา

523

14.81

5.14

8.ไต้หวัน

470

-7.47

4.62

9.มาเลเซีย

344

23.88

3.38

10.เวียดนาม

282

13.52

2.77

ที่มา: Global Trade  Atlas


จากตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของฟิลิปปินส์ 10 อันดับแรก ปี 2017 พบว่า ฟิลิปปินส์นำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากจีนมากเป็นอันดับ 1 มูลค่า 2,808 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 27.57 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 25.36 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ฟิลิปปินส์นำเข้าจากจีน เช่น อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบเครื่องรับโทรทัศน์ (สายอากาศ,ตู้วิทยุหรือโทรทัศน์) และเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า เป็นต้น อันดับ 2 คือ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์นำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากญี่ปุ่น มูลค่า 1,652 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 16.22 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 5.73 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ฟิลิปปินส์นำเข้าจากญี่ปุ่น เช่น อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า และไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ เป็นต้น และอันดับ 3 คือ สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์นำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากสิงคโปร์ มูลค่า 1,154 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 11.33 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 12.87 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ฟิลิปปินส์นำเข้าจากสิงคโปร์ เช่น อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า และเครื่องคอมพิวเตอร์ ครบชุด,Notebook,palm เป็นต้น ในขณะที่ไทยเป็นประเทศอันดับ 6 ที่ฟิลิปปินส์นำเข้าสินค้า โดยมีมูลค่า 627 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 6.15 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 12.04 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ฟิลิปปินส์นำเข้าจากไทย เช่น อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องปรับอากาศ และเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า เป็นต้น

ตารางมูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของฟิลิปปินส์ 10 อันดับแรก

 

สินค้า

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2015

2016

2017

2017

1.อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์

1,584

2,446

2,685

9.77

2.เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า

773

1,075

1,146

37.15

3.ไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ

640

535

693

29.53

4.ส่วนประกอบเครื่องรับโทรทัศน์(สายอากาศ,ตู้วิทยุหรือโทรทัศน์)

253

554

505

-8.84

5.ตัวเก็บประจุไฟฟ้า (CAPACITOR),Resistor

268

281

393

39.86

6.วงจรพิมพ์ (Printed Circuit)

193

251

380

51.39

7.วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit)

265

247

364

47.37

8.เครื่องคอมพิวเตอร์ ครบชุด,Notebook,palm

250

302

321

6.29

9.สายไฟ ชุดสายไฟ

269

377

304

-19.36

10.เครื่องปรับอากาศ

144

241

270

12.03

รวมมูลค่านำเข้าทั้งหมด

6,593

8,849

10,186

15.11

ที่มา: Global Trade  Atlas


จากตารางมูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของฟิลิปปินส์  10 อันดับแรก พบว่า ในปี 2017 ฟิลิปปินส์มีมูลค่าการนำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์รวม 10,186 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 15.11 โดยนำเข้าอุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์มากเป็นอันดับ 1 มีมูลค่า 2,685 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 9.77 สินค้าที่ฟิลิปปินส์นำเข้าอันดับ 2 ได้แก่ เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า โดยมีมูลค่า 1,146 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 37.15 และสินค้าที่ฟิลิปปินส์นำเข้าอันดับ 3 ได้แก่ ไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ โดยมีมูลค่า 693 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 29.53

ฟิลิปปินส์ มีการนำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากประเทศต่างๆ เพื่อส่งออกต่อไปยังสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น รวมถึงมีการนำเข้าชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อประกอบเป็นสินค้าสำเร็จรูปและส่งออกไปยังต่างประเทศ

ตารางมูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 10 อันดับแรกที่ไทยส่งออกไปยังฟิลิปปินส์

 

ผลิตภัณฑ์

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2015

2016

2017

2016

2017

1.วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit)

395.12

406.25

425.94

2.82

4.85

2.อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์

151.85

191.40

168.35

26.05

-12.04

3.เครื่องปรับอากาศ

55.60

70.61

88.81

27.00

25.78

4.เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า

43.90

50.24

53.96

14.44

7.40

5.ตู้เย็นที่ใช้ตามบ้านเรือน

53.38

51.3

43.63

-3.90

-14.95

6.วงจรพิมพ์ (Printed Circuit) สายไฟ ชุดสายไฟ

26.35

31.42

30.05

19.24

-4.36

7.เครื่องกำเนิดไฟฟ้า

27.01

29.58

28.88

9.51

-2.37

8.สายไฟฟ้า ชุดสายไฟ

10.49

16.82

26.95

60.34

60.23

9.ตัวนําไฟฟ้า

24.05

19.78

23.06

-17.75

16.58

10.เครื่องซักผ้า

15.76

18.24

21.62

15.74

18.53

รวมมูลค่าส่งออกทั้งหมด

1,015.06

1,102.28

1,133.49

8.59

2.83

ที่มา: ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ )E&E Intelligence Unit: EIU) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์


จากตารางมูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยไปยังฟิลิปปินส์ 10 อันดับแรก แสดงให้เห็นว่า ในปี 201ไทยส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปยังฟิลิปปินส์ คิดเป็นมูลค่าส่งออกทั้งหมด 1,133.49 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 2.83 โดยสินค้าส่งออกอันดับ 1 ได้แก่ วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) มีมูลค่าการส่งออก 425.94 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 4.85 สินค้าส่งออกอันดับ 2 ได้แก่ อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ มีมูลค่าการส่งออก 168.35ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการหดตัวร้อยละ 12.04 และสินค้าส่งออกอันดับ 3 ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ มีมูลค่าการส่งออก 88.81 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 25.78 ซึ่งลักษณะการส่งออกของไทยไปฟิลิปปินส์เป็นการส่งออกชิ้นส่วนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเพิ่มมูลค่าสินค้าต่อไป


augmentin eureka augmentin vidal augmentin injectable
viagra bei frauen intellika.in viagra bestellen
viagra bei frauen intellika.in viagra bestellen
euthyrox 75 igliving.com euthyrox wirkstoff
levitrans blog.pelagicfm.com levitra koupit
coversyl plus read coversyl 4 mg
cialis 20mg femchoice.org cialis
cialis 20mg femchoice.org cialis
renova blog.pelagicfm.com renovation viborg
colorado clorexidina cloradex
lamictal bivirkninger hukommelse by-expression.com lamictal mod angst
cialis cialis forum cialis
vibramycin site vibramycine n
prescription discount coupons internet drug coupons prescription coupon card
radikalische polymerisation ourblog.bebrand.tv radikal

ตารางมูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 10 อันดับแรกที่ไทยนำเข้าจากฟิลิปปินส์

 

ผลิตภัณฑ์

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2015

2016

2017

2016

2017

1.อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์

381.09

490.01

587.06

28.58

19.81

2.วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit)

405.70

483.70

495.91

19.23

2.52

3.สายไฟ ชุดสายไฟ

85.69

92.05

107.81

7.42

17.12

4.ส่วนประกอบของเครื่องอุปกรณ์สำหรับการส่งหรือการรับเสียง ภาพ หรือข้อมูลอื่นๆ

1.41

33.62

80.01

2,284.40

137.98

5.แผงสวิตซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้าตัวนำ

48.98

38.59

46.08

-21.21

19.41

6.เครื่องอุปกรณ์สําหรับป้องกันวงจรไฟฟ้า

27.60

34.75

40.34

25.91

16.09

7.ส่วนประกอบของเครื่องส่ง/เครื่องรับวิทยุกระจายเสียง

24.12

28.39

38.62

17.70

36.03

8.เครื่องพิมพ์ เครื่องทำสำเนา และส่วนประกอบ

40.32

41.68

36.97

3.37

-11.30

9.ไดโอด ทรานซิสเตอร์ กลอุปกรณ์กึ่งตัวนํา

32.20

28.80

26.92

-10.56

-6.53

10.กล้องถ่ายบันทึกภาพและส่วนประกอบ

0.77

11.43

24.76

1,384.42

116.62

รวมมูลค่านำเข้าทั้งหมด

1,270.40

1,499.57

1,675.40

18.04

11.73

ที่มา: ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ )E&E Intelligence Unit: EIU) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์


จากตารางมูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยจากฟิลิปปินส์ 10 อันดับแรก แสดงให้เห็นว่า ในปี 2017 ไทยนำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากฟิลิปปินส์ คิดเป็นมูลค่านำเข้าทั้งหมด 1,675.40 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 11.73 โดยสินค้านำเข้าอันดับ 1 ได้แก่ อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยมีมูลค่าการนำเข้า 587.06 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 19.81 อันดับ 2 ได้แก่ วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) โดยมีมูลค่าการนำเข้า 495.91 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 2.52 และสินค้าที่ไทยนำเข้าจากฟิลิปปินส์มากเป็นอันดับ 3 ได้แก่ สายไฟ ชุดสายไฟ โดยมีมูลค่า 107.81 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 17.12 ซึ่งลักษณะการนำเข้าสินค้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยจากฟิลิปปินส์จะเป็นการนำเข้าเพื่อผลิตและประกอบต่อในไทยเนื่องจากไทยยังคงเป็นฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญของอาเซียน

voltarene 100 ningchao.net voltarenplast
loperamide dosage loperamida para que es loperamida vademecum
euthyrox 75 site euthyrox wirkstoff
etoricoxib uses click etoricoxib and thiocolchicoside
cardura 2 mg cardura xl wikipedia cardura 2 mg
canesten gyno zwanger thebaileynews.com canesten kruidvat
colorado cloradex prezzo cloradex
colorado cloradex prezzo cloradex
januvia price go januvia 100 mg
lamictal bivirkninger hukommelse go lamictal mod angst
erythromycin mrsa click erythromycin dose
lisinopril and alcohol s467833690.online.de lisinopril 5 mg
radikalische polymerisation radikale radikal

วิเคราะห์ SWOT ของฟิลิปปินส์

จุดแข็ง

(1) มีแรงงานที่มีความรู้ด้าน IT จำนวนมาก ทำให้ฟิลิปปินส์สามารถพัฒนาและส่งออกสินค้า IT ในระยะเวลาอันสั้น

(2) ประชากรในประเทศมีความรู้ภาษาอังกฤษ ทำให้มีการส่งคนออกไปทำงานต่างประเทศ และนำรายได้เข้าประเทศปีละกว่า 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้ฐานะความเป็นอยู่ของคนในประเทศดีขึ้น และมีกำลังซื้อมากขึ้น และเป็นสิ่งดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ หากมีการพัฒนาด้านอื่นๆ เช่น สาธารณูโภคขั้นพื้นฐาน อาจจะดึงนักลงทุนไปจากไทยได้

(3) มีทรัพยากรธรรมชาติที่ยังไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เช่น สัตว์น้ำ ทรัพยากรแร่ พื้นที่การเกษตรทางภาคใต้

(4) เป็นตลาดที่มีศักยภาพในด้านปริมาณ เนื่องจากมีประชากรจำนวนมาก

โอกาส

(1) ไทยสามารถแลกเปลี่ยนสินค้ากึ่งสำเร็จรูป เพื่อใช้ในการผลิตสินค้าสำเร็จรูปเป็นการลดต้นทุนการผลิต เนื่องจากสินค้า IT มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงเร็วมาก

(2) จากการที่มีประชากรมากทำให้เป็นตลาดที่คุ้มกับการเจาะเข้าไป เนื่องจากจะขายได้ในปริมาณมาก

จุดอ่อน

(1) มีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบราชการอยู่เสมอ กฎระเบียบเข้มงวด

(2) มีการฉ้อราษฎร์บังหลวงสูงในทุกระดับ

(3) สหภาพแรงงานแข็งแกร่งและมีบทบาทมาก ทำให้ค่าจ้างแรงงานสูง และมีการเรียกร้องค่าแรงเพิ่มเสมอ ผู้ประกอบ การหลบเลี่ยงปัญหาโดยจ้างคนงานต่ำกว่า 6 เดือน เพื่อมิให้สามารถเข้าเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานได้ ทำให้คนงานไม่มีความชำนาญ

(4) ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

(5) สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานมีไม่เพียงพอ

(6) ประชากรโดยทั่วไปมีลักษณะนิสัยค่อนข้างเฉื่อยชา ทำงานไม่ละเอียดรอบคอบ และไม่ซื่อสัตย์

อุปสรรค

(1) มีมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี และมีกฎระเบียบขั้นตอนการนำเข้ายุ่งยาก ต้องใช้เวลานาน

(2) สาธารณูปโภคยังไม่พร้อม

viagra bei frauen intellika.in viagra bestellen
voltarene 100 ningchao.net voltarenplast
oceanile link oceania
coversyl plus twodrunkmoms.com coversyl 4 mg
cialis 20mg femchoice.org cialis
renovar certificado digital modelus.com renovacion pasaporte
imodium instant open imodium plus
imodium instant imodium lingual imodium plus
lisinopril and alcohol s467833690.online.de lisinopril 5 mg
prescription discount coupons click prescription coupon card
radikalische polymerisation radikale radikal

โอกาสทางการค้าของไทย

     โอกาสของธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์ยังมีอีกมาก หากแต่ต้องรู้จักฟิลิปปินส์ให้ลึกซึ้งกว่าปัจจุบัน เพราะฟิลิปปินส์อาจไม่ใช่ประเทศยอดนิยมของนักลงทุนต่างชาติในอาเซียนรวมทั้งไทย แต่ขณะเดียวกันก็เป็นประเทศที่มีโอกาสทางการค้าและการลงทุนมาก ได้แก่ การนำเข้าสินค้าอาหารแปรรูปของฟิลิปปินส์ไม่มีข้อจำกัดมากนัก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสินค้าดังกล่าวเป็นที่ต้องการอย่างมาก และยังสามารถขยายการผลิตอาหารอื่นๆ ซี่งเป็นที่ต้องการได้อีกด้วย เช่น เครื่องดื่มนม เครื่องปรุงรส เป็นต้น ขณะที่สินค้าเกษตรกรรมและปศุสัตว์ล้วนมีกฎระเบียบซับซ้อน อาทิ ห้ามนำเข้าไก่แปรรูป ดังนั้นโอกาสเดียวของไทยคือการเข้าไปลงทุนผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตรในฟิลิปปินส์เพื่อคว้าโอกาสทางการตลาด

ธุรกิจยานยนต์เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่เป็นโอกาสของนักลงทุนไทย แต่ยังไม่เป็นที่นิยมของนักลงทุนไทย ในปัจจุบันสินค้าส่งออกหลักของไทยไปฟิลิปปินส์ก็อยู่ในหมวดยานยนต์และส่วนประกอบ โดยการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศฟิลิปปินส์ยังไม่เพียงพอกับความต้องการในประเทศ ฟิลิปปินส์จึงต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ

ประเทศฟิลิปปินส์อยู่ในภูมิประเทศที่อยู่ในแนวที่มีการเกิดแผ่นดินไหว Ring of Fire ซึ่งทำให้ฟิลิปปินส์อุดมด้วยแร่ธาตุมากมาย แต่กระนั้นก็ดี การนำทรัพยากรดังกล่าวออกมาใช้ยังจำกัดอยู่ จึงเป็นโอกาสอย่างมากของนักลงทุนไทยในการขยายฐานการผลิตเพื่อผลิตและส่งกลับมายังไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ Visayas ทางตอนกลางฝั่งตะวันออก และฝั่งตะวันตกของประเทศฟิลิปปินส์ ทั้งนี้ การแข่งขันในธุรกิจเหมืองแร่ยังมีน้อย เพราะการลงทุนในธุรกิจนี้ยังถูกจำกัด

สินค้าไทยเป็นที่ยอมรับในฟิลิปปินส์ แต่จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับราคาสินค้า เพราะประชากรส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 90 มีรายได้ไม่สูงมากนัก โดยรายได้ต่อหัวต่ำกว่าไทยถึงเท่าตัว ถ้าหากต้องการเจาะตลาดระดับบนที่เหลืออีกร้อยละ 10 ก็จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า

ผู้ประกอบการไทยอาจหาโอกาสเข้าสู่ตลาดโดยการสมัครร่วมงานสัมมนาหรือการประชุมเกี่ยวกับธุรกิจ (Business Process Outsourcing: BPO) ในฟิลิปปินส์ ซึ่งจะมีบริษัท BPO ของฟิลิปปินส์เข้าร่วมจำนวนมาก เพื่อศึกษาช่องทางการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องตามห่วงโซ่การผลิต อาทิ ระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งผู้ประกอบการไทยมีความเชี่ยวชาญ สำหรับใช้ในธุรกิจ

สำหรับธุรกิจ BPO ของไทยในปัจจุบันยังมีจำนวนไม่มากนัก และเน้นให้บริการ Outsourcing ให้แก่กลุ่มลูกค้าทั่วไปในต่างประเทศ ซึ่งต่างจากอินเดียและฟิลิปปินส์ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่

นอกจากนี้ยังมีการเข้าไปลงทุนติดตั้งระบบและบริการครบวงจรในต่างประเทศซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สปป.ลาว และกัมพูชา

oceanile link oceania
omeprazole danger link omeprazole posologie
euthyrox 75 site euthyrox wirkstoff
levitrans blog.pelagicfm.com levitra koupit
cialis 20mg femchoice.org cialis
cardura 2 mg link cardura 2 mg
renovar certificado digital modelus.com renovacion pasaporte
plendil 2.5 mg plendil 5 mg prospect plendil 5 mg cena
nolvadex 20mg nolvadex homme nolvadex prix maroc
renova open renovation viborg
colorado clorexidina cloradex
ciproxin ciprofloxacin ciprofloxacin
vibramycin site vibramycine n
vibramycin vibramycin 100 vibramycine n
lexapro overdose mg lexapro alcohol side effects lexapro dosage for depression
imodium instant open imodium plus
imodium instant open imodium plus
erythromycin mrsa link erythromycin dose
radikalische polymerisation ourblog.bebrand.tv radikal

ฟิลิปปินส์ห้ามนำเข้าสินค้าหลายประเภท ดังนี้

1.       สิ่งทอที่ใช้งานแล้ว

2.       ยางรถยนต์ใช้แล้ว

3.       ของเล่นที่มีลักษณะเหมือนอาวุธหรือระเบิด

4.       ยานพาหนะที่มีพวงมาลัยอยู่ด้านขวา

5.       ผงซักฟอกที่มีส่วนผสมที่ทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้

6.       ไดนาไมต์ ดินปืน ระเบิดชนิดต่างๆ รวมถึงชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง

7.       สิ่งพิมพ์ที่มีข้อความอาจก่อให้เกิดการจลาจล ความไม่สงบ หรือการต่อต้านรัฐบาล รวมถึงการต่อต้านกฎหมายในประเทศหรือมีลักษณะทำให้เกิดอันตรายต่อบุคคลในประเทศ

8.       สิ่งพิมพ์หรือสื่อลามกอนาจารต่างๆ

9.       ยาเสพติดหรืออุปกรณ์ในการเสพยา

10.   อุปกรณ์สำหรับการเล่นพนัน

11.   สลากกินแบ่งหรือตั๋วพนัน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลฟิลิปปินส์

12.   อาหารและยาที่มีสารปนเปื้อน ซึ่งฝ่าฝืนกฎหมายอาหารและยา เช่น ฝิ่น กัญชา ใบโคเคน เฮโรอีน หรือสารที่มี ฤทธิ์ต่อประสาทชนิดอื่นๆ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาก Dangerous Drugs Board เพื่อใช้ในการแพทย์

 

ระบบโลจิสติกส์การขนส่งสินค้า

เส้นทางขนส่งสินค้าจากไทย

          เนื่องจากปัจจัยด้านลักษณะภูมิประเทศของฟิลิปปินส์ที่ประกอบด้วยหมู่เกาะมากกว่า 7,000 เกาะ และจากปัจจัยทางด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา ส่งผลให้ยังไม่มีการสร้างถนนเชื่อมต่อระหว่างแต่ละเกาะภายในฟิลิปปินส์ ทำให้การขนส่งทั้งจากภายนอก และภายในประเทศล้วนพึ่งพาการขนส่งทางเรือ การส่งสินค้าระหว่างไทยและฟิลิปปินส์ใช้การขนส่งทางเรือเป็นหลักโดยไทยจะส่งสินค้าผ่านจากท่าเรือคลองเตย หรือท่าเรือแหลมฉบังไปยังท่าเรือลูซอน ณ กรุงมะนิลาซึ่งเป็นท่าเรือหลักของประเทศ ทั้งนี้สำหรับสินค้าที่ต้องการส่งไปยังทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ ไทยจะส่งไปยังท่าเรือเซบูเพื่อจะได้กระจายสินค้าต่อไป ถึงแม้การขนส่งทางเรือนั้นจะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างต่ำ แต่เนื่องจากต้องใช้เวลาในการขนส่งนานทำให้เกิดข้อจำกัดในการขนส่งสินค้าได้เพียงบางประเภทเท่านั้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นปัญหาและอุปสรรคหลักของระบบโลจิสติกส์ระหว่างไทย และฟิลิปปินส์

ในด้านการคมนาคม ประเทศฟิลิปปินส์มีข้อจำกัดด้านการเดินทางทางบก ประกอบกับยังไม่มีการพัฒนาการขนส่งทางบกที่ดีเพียงพอ การขนส่งทางรถไฟพบปัญหาเรื่องไม่มีทางวิ่งที่สามารถข้ามเกาะได้ การขนส่งระหว่างเกาะ ต้องอาศัยเรือ และการคมนาคมและขนส่งทางเครื่องบิน

ฟิลิปปินส์มีท่าอากาศยานทั้งสิ้น 266 แห่ง สนามบินและการเดินทางโดยเครื่องบินเป็นทางเลือกในการเดินทางระหว่างเกาะต่างๆ ภายในประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศฟิลิปปินส์มีสนามบินที่มีทางลาดผิวลานบิน 76 แห่ง แบ่งเป็นลานบินมาตรฐาน 3,047 เมตรขึ้นไป จำนวน 4 แห่ง ลานบินขนาด 2,438 ถึง 3,047 เมตร จำนวน 5 แห่ง ขนาด 1,524 ถึง 2,437 เมตร จำนวน 26 แห่ง ขนาด 914 ถึง 1,523 เมตร จำนวน 31 แห่ง ขนาดต่ำกว่า 914 เมตร จำนวน 10 แห่งยังไม่มีลาดผิวลานบิน 190 แห่ง ซึ่งเป็นการรองรับการบินด้วยเครื่องบินขนาดเล็กต่างๆ ประกอบด้วย สนามบินขนาด 1,524 ถึง 2,437 เมตร จำนวน 3 แห่ง สนามบินขนาด 914 ถึง 1,523 เมตร จำนวน 66 แห่ง ต่ำกว่า 914 เมตร จำนวน 121 แห่ง

ประเทศฟิลิปปินส์ มีสนามบิน Ninoy Aquino International Airport (Manila) เป็นสนามบินหลัก ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองมากาตี ประเทศฟิลิปปินส์ ทั้งนี้ประเทศฟิลิปปินส์มีสนามบินนานาชาติดังต่อไปนี้

1.       Ninoy Aquino International Airport (Manila) นับเป็นสนามบินนานาชาติหลักของประเทศ

2.       Mactan-Cebu International Airport (Cebu City)

3.       Francisco Bangoy International Airport (Davao City)

4.       Diosdado Macapagal International Airport (Clark Special Economic Zone, Pampanga)

5.       Subic Bay International Airport (Subic Bay Freeport Zone, Zambales)

6.       Laoag International Airport (Laoag, Ilocos Norte)

7.       Zamboanga International Airport (Zamboanga City)

 

โอกาสทางการค้าและปัญหาอุปสรรค

โอกาสทางการค้าของไทย

              โอกาสของธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์ยังมีอีกมาก หากแต่ต้องรู้จักฟิลิปปินส์ให้ลึกซึ้งกว่าปัจจุบัน เพราะฟิลิปปินส์อาจไม่ใช่ประเทศยอดนิยมของนักลงทุนต่างชาติในอาเซียนรวมทั้งไทย แต่ขณะเดียวกันก็เป็นประเทศที่มีโอกาสทางการค้าและการลงทุนมาก ได้แก่ การนำเข้าสินค้าอาหารแปรรูปของฟิลิปปินส์ไม่มีข้อจำกัดมากนัก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสินค้าดังกล่าวเป็นที่ต้องการอย่างมาก และยังสามารถขยายการผลิตอาหารอื่นๆ ซี่งเป็นที่ต้องการได้อีกด้วย เช่น เครื่องดื่มนม เครื่องปรุงรส เป็นต้น ขณะที่สินค้าเกษตรกรรมและปศุสัตว์ล้วนมีกฎระเบียบซับซ้อน อาทิ ห้ามนำเข้าไก่แปรรูป ดังนั้นโอกาสเดียวของไทยคือการเข้าไปลงทุนผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตรในฟิลิปปินส์เพื่อคว้าโอกาสทางการตลาด

ธุรกิจยานยนต์เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่เป็นโอกาสของนักลงทุนไทย แต่ยังไม่เป็นที่นิยมของนักลงทุนไทย ในปัจจุบันสินค้าส่งออกหลักของไทยไปฟิลิปปินส์ก็อยู่ในหมวดยานยนต์และส่วนประกอบ โดยการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศฟิลิปปินส์ยังไม่เพียงพอกับความต้องการในประเทศ ฟิลิปปินส์จึงต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ

ประเทศฟิลิปปินส์อยู่ในภูมิประเทศที่อยู่ในแนวที่มีการเกิดแผ่นดินไหว Ring of Fire ซึ่งทำให้ฟิลิปปินส์อุดมด้วยแร่ธาตุมากมาย แต่กระนั้นก็ดี การนำทรัพยากรดังกล่าวออกมาใช้ยังจำกัดอยู่ จึงเป็นโอกาสอย่างมากของนักลงทุนไทยในการขยายฐานการผลิตเพื่อผลิตและส่งกลับมายังไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ Visayas ทางตอนกลางฝั่งตะวันออก และฝั่งตะวันตกของประเทศฟิลิปปินส์ ทั้งนี้ การแข่งขันในธุรกิจเหมืองแร่ยังมีน้อย เพราะการลงทุนในธุรกิจนี้ยังถูกจำกัด

สินค้าไทยเป็นที่ยอมรับในฟิลิปปินส์ แต่จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับราคาสินค้า เพราะประชากรส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 90 มีรายได้ไม่สูงมากนัก โดยรายได้ต่อหัวต่ำกว่าไทยถึงเท่าตัว ถ้าหากต้องการเจาะตลาดระดับบนที่เหลืออีกร้อยละ 10 ก็จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า

ผู้ประกอบการไทยอาจหาโอกาสเข้าสู่ตลาดโดยการสมัครร่วมงานสัมมนาหรือการประชุมเกี่ยวกับธุรกิจ (Business Process Outsourcing: BPO) ในฟิลิปปินส์ ซึ่งจะมีบริษัท BPO ของฟิลิปปินส์เข้าร่วมจำนวนมาก เพื่อศึกษาช่องทางการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องตามห่วงโซ่การผลิต อาทิ ระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งผู้ประกอบการไทยมีความเชี่ยวชาญ สำหรับใช้ในธุรกิจ

สำหรับธุรกิจ BPO ของไทยในปัจจุบันยังมีจำนวนไม่มากนัก และเน้นให้บริการ Outsourcing ให้แก่กลุ่มลูกค้าทั่วไปในต่างประเทศ ซึ่งต่างจากอินเดียและฟิลิปปินส์ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่

นอกจากนี้ยังมีการเข้าไปลงทุนติดตั้งระบบและบริการครบวงจรในต่างประเทศซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สปป.ลาว และกัมพูชา

 

ปัญหาอุปสรรค

o        มาตรการของฟิลิปปินส์ เป็นแนวอนุรักษ์และเป็นการปกป้องตลาด ผู้ประกอบการภายในประเทศ ทำให้เกิดการออกมาตรการต่างๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อมเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมทางการค้า

o        ภาพลักษณ์ของสินค้าไทยในทัศนคติของภาคเอกชนฟิลิปปินส์เป็นในเชิงคู่แข่งขันมากกว่า เนื่องจากพึ่งพิงตลาดส่งออกสินค้าหลักเดียวกัน คือ สหรัฐฯ และญี่ปุ่น จึงทำให้ขาดความสนใจในการพัฒนาความร่วมมือระหว่างกัน

o        การขาดความเชื่อมั่นในเสถียรภาพของรัฐบาลฟิลิปปินส์ เนื่องจากเป็นการปกครองแบบประชาธิปไตยที่มีหัวก้าวหน้ามาก มีการอภิปรายและแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่างกว้างขวาง ก่อให้เกิดการรวมกลุ่มในการจัดกิจกรรมทางการเมืองที่เข้มแข็ง ทำให้เกิดความกังวลวิตกในหมู่นักธุรกิจต่างประเทศ

o        นักลงทุนไทยขาดความมั่นใจในนโยบายเศรษฐกิจและการดำเนินงานของรัฐบาลฟิลิปปินส์ เนื่องจากเคยเกิดกรณียกเลิกสัมปทานที่ให้แก่โครงการลงทุนจากต่างประเทศ

 

กฎระเบียบและนโยบายส่งเสริมการลงทุน

กฎหมายการลงทุน

กฎหมายการลงทุนของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ มีสาระสำคัญ ดังนี้

            พระราชบัญญัติว่าด้วยการลงทุนของชาวต่างชาติ ปี 2534 บัญญัติเกี่ยวกับเรื่องการเข้ามาของการลงทุนต่างชาติและการประกอบธุรกิจในประเทศฟิลิปปินส์ รวมถึงข้อจำกัดและข้อห้ามการประกอบธุรกิจบางประเภทของนักลงทุนต่างชาติ (Foreign Investment Negative List) ซึ่งกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้คนต่างชาติที่มิใช่คนฟิลิปปินส์อาจลงทุนในธุรกิจการค้าภายในประเทศหรือธุรกิจการส่งออกในฟิลิปปินส์ สามารถเป็นเจ้าของกิจการโดยถือหุ้น 100% ได้ แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

1.       ไม่เป็นการลงทุนที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัด และข้อห้าม

2.       ประเทศของนักลงทุนต่างชาตินั้นต้องอนุญาตให้คนชาติฟิลิปปินส์ประกอบธุรกิจในลักษณะเดียวกันภายในประเทศนั้นได้ หากเป็นการลงทุนในธุรกิจการค้าขายในประเทศต้องมีเงินทุนชำระแล้วเป็นสกุลเปโซฟิลิปปินส์อย่างน้อย 200,000 เหรียญสหรัฐ ในขณะที่การลงทุนในธุรกิจการส่งออกไม่มีเงื่อนไขขั้นต่ำ อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขเงินทุนขั้นต่ำนั้นอาจลดลงเป็นเงินสกุลเปโซฟิลิปปินส์เหลือ 100,000 เหรียญสหรัฐ หากเป็นกิจการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชั้นสูงซึ่งกำหนดและรับรองโดยกรมวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (Department of Science and Technology) หรือมีการจ้างแรงงานอย่างน้อย 50 คนขึ้นไปซึ่งรับรองโดยสำนักงานท้องถิ่นของกรมแรงงานและการจ้างแรงงาน (Department of Labor and Employment)

 

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งธุรกิจ

          พระราชบัญญัติว่าด้วยการลงทุนของชาวต่างชาติ ปี 2534 (Foreign Investments Act of 1991) เป็นบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องการเข้ามาของการลงทุนต่างชาติและการประกอบธุรกิจในประเทศฟิลิปปินส์รวมถึงข้อจำกัดและข้อห้ามการประกอบธุรกิจบางประเภทของนักลงทุนต่างชาติ (Foreign Investment Negative List) ซึ่งกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้คนต่างชาติที่มิใช่คนฟิลิปปินส์อาจลงทุนในธุรกิจการค้าภายในประเทศ หรือธุรกิจการส่งออกในฟิลิปปินส์สามารถเป็นเจ้าของกิจการโดยถือหุ้น 100% ได้ แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

1.       ไม่เป็นการลงทุนที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดและข้อห้าม

2.       ประเทศของนักลงทุนต่างชาตินั้นต้องอนุญาตให้คนชาติฟิลิปปินส์ประกอบธุรกิจในลักษณะเดียวกันภายในประเทศนั้นได้

3.       หากเป็นการลงทุนในธุรกิจการค้าภายในประเทศ ต้องมีเงินทุนชำระแล้วเป็นสกุลเปโซฟิลิปปินส์อย่างน้อย 200,000 เหรียญสหรัฐ ในขณะที่การลงทุนในธุรกิจการส่งออกไม่มีเงื่อนไขขั้นต่ำ อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขเงินทุนขั้นต่ำนั้นอาจลดลงเป็นเงินสกุลเปโซฟิลิปปินส์เหลือ 100,000 เหรียญสหรัฐ หากเป็นกิจการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชั้นสูง ซึ่งกำหนดและรับรองโดยกรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Department of Science and Technology) หรือมีการจ้างแรงงานอย่างน้อย 50 คนขึ้นไป ซึ่งรับรองโดยสำนักงานท้องถิ่นของกรมแรงงานและการจ้างแรงงาน(Department of Labor and Employment) นอกจากนี้ ความหมายของคำว่า คนชาติฟิลิปปินส์ (Philippine National) ในกรณีนิติบุคคล คือ นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศฟิลิปปินส์ซึ่งมีคนสัญชาติฟิลิปปินส์ถือหุ้นอย่างน้อย 60% ทั้งนี้ ต้องพิจารณาจาก Omnibus Investments Code of 1987 (กำหนดกฎระเบียบคุณสมบัติของการลงทุนภายในประเทศ) Bases Conversion and Development Act of 1992 (การกำหนดเรื่องสิทธิประโยชน์ของบรรดาบริษัทที่ตั้งอยู่ในเขตพิเศษต่างๆ) และ Build Operate Transfer Law การเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาจัดการดูแลโครงการที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

 

หลักเกณฑ์การจดทะเบียน การอนุญาต และการควบคุม

        หลักเกณฑ์การจดทะเบียน การอนุญาต และการควบคุมบรรดาบริษัทห้างหุ้นส่วนที่จัดตั้งขึ้นในประเทศฟิลิปปินส์ ทั้งนี้ สามารถจำแนกประเภทของการจัดตั้งธุรกิจในประเทศฟิลิปปินส์ได้ดังนี้

1.       ห้างซึ่งมีเจ้าของแต่เพียงรายเดียว (Sole Proprietorship) เป็นกิจการที่มีบุคคลธรรมดาเพียงรายเดียวเป็นเจ้าของและดำเนินการ ซึ่งรับผิดโดยไม่จำกัดความเป็นบุคคลของห้างฯ มิได้แยกออกต่างหากจากเจ้าของกิจการ

2.       ห้างหุ้นส่วน (Partnership) เกิดขึ้นตามสัญญาระหว่างบุคคลตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป ตกลงเข้าผูกพันตนในทรัพย์สิน เงิน ธุรกิจต่างๆ ร่วมกัน และมีวัตถุประสงค์ในการแบ่งกำไรร่วมกัน ห้างหุ้นส่วนมีสถานะเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากหุ้นส่วนแต่ละราย หุ้นส่วนแต่ละรายรับผิดตามส่วน

3.       บริษัทร่วมทุน (Joint Venture) เป็นบริษัทที่ร่วมทุนระหว่างคนต่างชาติกับคนชาติฟิลิปปินส์ หากสัดส่วนของผู้ถือหุ้นต่างชาติมากกว่าร้อยละ 40 จะต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เรื่องการชำระเงินทุนที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น

4.       บริษัทลูกที่ถือหุ้นทั้งหมดโดยบริษัทต่างชาติ (Wholly Owned Subsidiary)

5.       สาขา (Branch)

6.       สำนักงานผู้แทน (Representative Office) สามารถจัดตั้งขึ้นเพื่อติดต่อกับลูกค้าของสำนักงานใหญ่ที่อยู่ในประเทศฟิลิปปินส์โดยตรง และรับผิดชอบเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและสนับสนุนการขายผลิตภัณฑ์ของบริษัทซึ่งรวมถึงการควบคุมคุณภาพสินค้าด้วย แต่สำนักงานผู้แทนไม่อาจมีรายได้หรือก่อให้เกิดรายได้ในประเทศฟิลิปปินส์ ทั้งนี้ จะต้องได้รับความช่วยเหลือทางการเงินทั้งหมดจากสำนักงานใหญ่เท่านั้น และต้องมีการส่งเงินทุนเบื้องต้นเข้ามาลงทุนในการดำเนินงานของสำนักงานจำนวน 30,000 เหรียญสหรัฐ

7.       สำนักงานใหญ่ส่วนภูมิภาค (Regional or Area Headquarters) สามารถถูกจัดตั้งขึ้นให้ดำเนินงานในฐานะสาขาของบริษัทข้ามชาติ และเป็นศูนย์กลางในการบริหารงาน ติดต่อสื่อสารและประสานงานแก่บรรดาบริษัทในเครือ สาขา หรือบริษัทลูกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และตลาดต่างประเทศอื่นๆ สำนักงานใหญ่ส่วนภูมิภาคนี้ไม่อาจมีหรือก่อให้เกิดรายได้ได้ในประเทศฟิลิปปินส์ โดยที่บริษัทแม่จะเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือทางการเงิน และจะต้องมีการส่งเงินเข้ามาบริหารงานในเบื้องต้นอย่างน้อย 50,000 เหรียญสหรัฐ และหลังจากนั้นจำนวน 50,000 เหรียญสหรัฐ ต่อปี ดังนั้น สำนักงานใหญ่ส่วนภูมิภาคจึงไม่ต้องรับผิดชอบต่อภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าธรรมเนียมใดๆ ยกเว้นภาษีทรัพย์สิน (Real Property Tax) นอกจากนี้ ยังได้รับยกเว้นภาษีนำเข้าวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นต่อการฝึกอบรม และการประชุม

8.       สำนักงานใหญ่ปฏิบัติการส่วนภูมิภาค (Regional Operating Headquarters : ROHQ) ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการแก่บริษัทในเครือ บริษัทลูก หรือสาขาที่อยู่ในประเทศฟิลิปปินส์หรือในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตลาดต่างประเทศอื่นๆ ตามที่ได้แจ้งจดทะเบียนไว้

 

สำนักงานใหญ่ปฏิบัติการส่วนภูมิภาค ได้รับอนุญาตให้มีรายได้ในประเทศฟิลิปปินส์จากการให้บริการ ดังต่อไปนี้

o        การวางแผนและจัดการทั่วไป

o        การประสานงานและการวางแผนทางธุรกิจ

o        การจัดหาวัตถุดิบ

o        ให้คำปรึกษาด้านการเงินของบริษัท

o        การสนับสนุนการขายและบริหารทางการตลาด

o        การบริหารจัดการบุคคลและฝึกอบรม

o        การบริการโลจิสติกส์

o        การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์

o        การบำรุงรักษาและบริการทางเทคนิค

o        การติดต่อสื่อสารและประมวลผลข้อมูล

o        การพัฒนาธุรกิจ

 

ระดับการลงทุนขั้นต่ำ Minimum Investment Level)

         ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่ถือหุ้นโดยต่างชาติทั้งหมด โดยมีวัตถุประสงค์ของการผลิตหรือให้บริการภายในประเทศจะต้องมีเงินทุนชำระแล้ว ขั้นต่ำ 200,000 เหรียญสหรัฐ แต่ถ้าหากเป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ หรือมีการจ้างแรงงานขั้นต่ำ 50 คน สามารถมีเงินทุนชำระแล้วขั้นต่ำ 100,000 เหรียญสหรัฐ

 

การคุ้มครองการลงทุน

การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Foreign Exchange)

         การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสามารถทำได้อย่างอิสระในฟิลิปปินส์ แต่ต้องเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับที่ออกโดย Bangko Sentral ng Pilipinas (BSP) กล่าวคือ การลงทุนของต่างชาติต้องขึ้นทะเบียนไว้กับ BSP เพื่อวัตถุประสงค์ในการส่งคืนเงินลงทุน ผลกำไรและเงินปันผลกลับประเทศ หากมิได้ขึ้นทะเบียนไว้จะไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการดังกล่าวได้ ในบางกรณี ฟิลิปปินส์ใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว (Floating Rate System) ในขณะเดียวกัน BSP อาจมีการเข้ามาแทรกแซงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในบางครั้ง โดยการซื้อขายเงินสกุลเหรียญสหรัฐ เพื่อให้เกิดเสถียรภาพในตลาดสินค้า

การเวนคืนและการชดเชย (Expropriation and Compensation)

          โดยปกติแล้วจะไม่มีการเวนคืนกิจการ ทรัพย์สิน หรือที่ดินจากการลงทุนจากการลงทุนของต่างชาติโดยรัฐ เว้นแต่เพื่อประโยชน์ของสาธารณะ สวัสดิการของประชาชน หรือการปกป้องประเทศชาติ ซึ่งในกรณีดังกล่าวจะมีการชดเชยให้อย่างเหมาะสม และนักลงทุนต่างชาติก็จะได้รับเงินชดเชยเป็นเงินสกุลที่ได้นำเข้ามาลงทุนตั้งแต่ครั้งแรกด้วยอัตราแลกเปลี่ยน ณ เวลาที่มีการส่งคืนเงินกลับไป

 

การรับประกันการลงทุน (Investment Guarantee)

          สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ได้ลงนามสนธิสัญญาคุ้มครองและสนับสนุนการลงทุนไว้กับ 41 ประเทศด้วยกัน คือ อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย ออสเตรีย บาห์เรน บังคลาเทศ เบลเยี่ยม/ลักเซมเบิร์ก กัมพูชา แคนาดา ชิลี จีน ไต้หวัน สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก กินี ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อินโดนีเซีย อิหร่าน อิตาลี ญี่ปุ่น ซาอุดิอาระเบีย เกาหลี คูเวต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มองโกเลีย เมียนมาร์ เนเธอร์แลนด์ ปากีสถาน โปรตุเกส โรมาเนีย รัสเซีย สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ ไทย ตุรกี สหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์เหนือ เวเนซูเอลา และเวียดนาม เพื่อเป็นการรับประกันการลงทุน

 

สิทธิประโยชน์การลงทุน

สาธารณรัฐฟิลิปปินส์มีการให้สิทธิประโยชน์แก่นักลงทุนแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสถานที่ตั้งและการจดทะเบียนธุรกิจ ดังนี้

กิจการที่จดทะเบียนกับ BOI

         ไม่ว่าจะเป็นกิจการท้องถิ่น หรือกิจการต่างชาติ ที่จดทะเบียนกับ Board of Investment (BOI) จะได้รับสิทธิประโยชน์ซึ่งต้องอยู่ในเงื่อนไข คือ เป็นกิจการที่ระบุใน IPP หรือ หากเป็นกิจการที่ไม่อยู่ใน IPP ต้องเป็นการผลิตเพื่อส่งออกอย่างน้อยร้อยละ 50 หรืออย่างน้อยร้อยละ 70 ซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์คือ การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล นับจากปีที่เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในระยะเวลาแตกต่างกันดังนี้

1.       เป็นโครงการใหม่บุกเบิก ระยะเวลา 6 ปี

2.       โครงการใหม่ที่มิได้เป็นโครงการบุกเบิก ระยะเวลา 4 ปี

3.       โครงการขยาย 3 ปีและโดยทั่วไปจะจำกัดเฉพาะรายได้ส่วนที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น

4.       โครงการใหม่ หรือโครงการขยายที่อยู่ในเขตห่างไกลความเจริญ ระยะเวลา 6 ปี ไม่ว่าจะเป็นโครงการบุกเบิกหรือไม่

5.       โครงการปรับปรุงกิจการ 3 ปี และโดยทั่วไปจะจำกัดเฉพาะรายได้ส่วนที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น

6.       โครงการใหม่และโครงการที่ตั้งอยู่ในเขตห่างไกลความเจริญ อาจได้รับยกเว้นภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นอีก 1 ปี ถ้ากิจการนั้นมีการใช้วัตถุดิบในประเทศ อย่างน้อยกึ่งหนึ่งของต้นทุนวัตถุดิบในปีก่อนหน้า หรือสัดส่วนทุนต่อแรงงานเกิน 10,000 เหรียญสหรัฐต่อคน หรือมีรายได้เงินตราต่างประเทศสุทธิอย่างน้อย 500,000 เหรียญสหรัฐ ต่อปี

7.       การยกเว้นภาษีนำเข้า กิจการที่มีคลังสินค้าทัณฑ์บนจะได้รับยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้า และชิ้นส่วน

8.       การยกเว้นค่าธรรมเนียมท่าเรือ ภาษีส่งออก และค่าธรรมเนียมในการนำเข้าเป็นเวลา 10 ปี นับจากวันที่จดทะเบียน

9.       ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล กิจการที่สามารถนำรายจ่ายมาหักลดหย่อน รายได้ก่อนนำมาคำนวณภาษีเงินได้ ซึ่งสัดส่วนที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีเงินได้ ประกอบด้วย ค่าจ้างแรงงานสามารถนำมาหักลดหย่อนได้กึ่งหนึ่ง หากกิจการนั้นมีสัดส่วนทุนต่อแรงงานตามที่กำหนด และไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามที่กล่าวไว้ข้างต้น และค่าใช้จ่ายในการสร้างสร้างสาธารณูปโภคที่จำเป็นสามารถนำมาหักค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมด หากกิจการนั้นตั้งอยู่ในเขตท้องถิ่นห่างไกลความเจริญที่ขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งนี้ ยกเว้นกิจการเหมืองแร่และป่าไม้

10.   การจ้างแรงงานต่างชาติ กิจการที่จดทะเบียนกับ BOI สามารถจ้างแรงงานต่างชาติในตำแหน่งผู้อำนวยการ ช่างเทคนิค และที่ปรึกษาได้ 5 ปี นับจากวันที่จดทะเบียน ทั้งนี้ ยกเว้นประธานบริษัท กรรมการผู้จัดการ และผู้อำนวยการด้านการเงิน ที่ไม่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดนี้

11.   กิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI จะได้รับสิทธิประโยชน์ในการนำเข้าอุปกรชิ้นส่วนอะไหล่ วัตถุดิบ และสินค้า โดยการผ่อนคลายระบบพิธีการศุลกากร เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน

 

สาขาที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

อุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในฟิลิปปินส์ในระยะกลางมีด้วยกัน 8 ประเภท คือ

1.       อุตสาหกรรมการเกษตร (Agro Industry)

2.       บริการธุรกิจรับจ้างบริหารระบบธุรกิจและบริการด้านโทรคมนาคม (Business Process Outsourcing Industry : BPO/IT Services)

3.       อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics)

4.       อุตสาหกรรมพลังงาน และการผลิตกระแสไฟฟ้า (Energy/Electricity)

5.       อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ (Logistics)

6.       อุตสาหกรรมเหมืองแร่ (Mining)

7.       อุตสาหกรรมต่อเรือ (Shipbuilding)

8.       การท่องเที่ยว (Tourism)

ในฟิลิปปินส์อย่างรอบด้าน ทั้งนี้ นักลงทุนที่สนใจลงทุนในฟิลิปปินส์ควรศึกษาประเภทธุรกิจที่สนใจจากเอกสารและเดินทางไปสำรวจลู่ทางการลงทุนในฟิลิปปินส์ด้วยตนเอง พร้อมทั้งควรขอรับคำปรึกษาจากหน่วยงานไทยที่เชี่ยวชาญด้านการลงทุนเพื่อให้การลงทุนในฟิลิปปินส์เป็นไปอย่างราบรื่น และหากจะร่วมทุนกับท้องถิ่นก็ควรศึกษาผู้ร่วมทุนอย่างรอบคอบ ย่อมจะประสบความสำเร็จในการลงทุนในฟิลิปปินส์ได้อย่างแน่นอน

ภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax)

          อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax) จัดเก็บในอัตราร้อยละ 30 โดยอัตราดังกล่าวคำนวณจากฐานเงินได้แตกต่างกันตามประเภทการจดทะเบียน ดังนี้

1.       นิติบุคคลในประเทศ (Domestic Corporation) หมายถึง กิจการที่จดทะเบียนตามกฎหมายของฟิลิปปินส์ คำนวณภาษีเงินได้จากฐานเงินได้สุทธิ (Net Income) ที่เกิดขึ้นจากทั่วโลก

2.       นิติบุคคลต่างประเทศที่มีถิ่นที่อยู่ในฟิลิปปินส์ (Resident Foreign Corporation) หมายถึง กิจการที่จดทะเบียนในต่างประเทศภายใต้กฎหมายของต่างประเทศ และเข้ามาดำเนินกิจการในฟิลิปปินส์ (เช่น สาขาของสำนักงานใหญ่ในต่างประเทศ) คำนวณภาษีเงินได้จากฐานเงินได้สุทธิ (Net Income) ที่เกิดขึ้นเฉพาะในฟิลิปปินส์

3.       นิติบุคคลต่างประเทศที่มิได้มีถิ่นที่อยู่ในฟิลิปปินส์ (Non-Resident Foreign Corporation) หมายถึง กิจการที่จดทะเบียนในต่างประเทศภายใต้กฎหมายของต่างประเทศ และมิได้เข้ามาดำเนินกิจการในฟิลิปปินส์ คำนวณภาษีจากฐานเงินได้รวม (Gross Income) ที่เกิดขึ้นเฉพาะในฟิลิปปินส์ เช่น เงินปันผล ค่าเช่า ค่าธรรมเนียม ค่าชดเชย หรือค่าบริการต่างๆ โดยหักภาษี ณ ที่จ่าย (Withholding Tax rates) แต่ทั้งนี้บางรายการอาจมีอัตราเฉพาะ เช่น ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมต่างประเทศ อัตราภาษีร้อยละ 20 เป็นต้น

ภาษีเงินได้พิเศษ (Special Income Tax)

          ภาษีเงินได้พิเศษ หมายถึง กิจการที่ตั้งอยู่ในเขต Eco-zones, Subic Bay Freeport and Special Economic Zone และ Clark Special and Economic Zone ที่ได้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี อาจเลือกชำระภาษีในอัตราพิเศษร้อยละ 5 ของรายได้รวม (Gross Income) แทนการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล

ภาษีการโอนกำไรออกนอกประเทศ (Profit Remittance Tax)

          ภาษีการโอนกำไรออกนอกประเทศ หมายถึง ร้อยละ 15 ของเงินโอน โดยไม่หักค่าลดหย่อนใดๆ ยกเว้น กิจการภายใต้การดูแลของ Philippine Economic Zone Authority : PEZA ไม่ต้องเสียภาษี

อนุสัญญาระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐฟิลิปปินส์

          อนุสัญญาระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยง การรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ ซึ่งจะช่วยลดความซ้ำซ้อนในการเรียกเก็บภาษีระหว่างไทยและฟิลิปปินส์

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (Personal Income Tax)

          อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับชาวฟิลิปปินส์ ชาวต่างชาติที่พำนักในฟิลิปปินส์ และชาวต่างชาติที่มิได้พำนักในฟิลิปปินส์แต่ดำเนินธุรกิจในฟิลิปปินส์ ต้องชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราร้อยละ 5-32 โดยชาวฟิลิปปินส์ คำนวณจากฐานเงินได้ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ขณะที่ชาวต่างชาติคำนวณจากฐานเงินได้เฉพาะที่เกิดขึ้นในฟิลิปปินส์เท่านั้น สำหรับชาวต่างชาติที่มิได้พำนักในฟิลิปปินส์และมิได้ดำเนินกิจการในฟิลิปปินส์ หากมีเงินได้ที่เกิดขึ้นในฟิลิปปินส์ต้องชำระภาษีในอัตราร้อยละ 25 ของรายได้รวม (Gross Income)

เงินประกันสังคม (Social Security)

           นายจ้างทุกคนจะต้องหักเงินจากเงินเดือนของพนักงาน ให้กับกองทุนประกันสังคม และระบบประกันสุขภาพ เพื่อเป็นเงินทุนสำหรับการเกษียณอายุเจ็บป่วย พิการสุขภาพ และการรักษาความปลอดภัยทางสังคมอื่น

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax : VAT)

           สาธารณรัฐฟิลิปปินส์มีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 12 ซึ่งจะถูกกำหนดไว้ในการขายสินค้า ทางการค้า/ธุรกิจสินค้าบริการ และสถานที่ให้บริการในฟิลิปปินส์ เช่นเดียวกับการนำเข้าสินค้าไปยังฟิลิปปินส์ นอกจากนี้การขายสินค้าหรือบริการบางอย่างอาจมีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่ร้อยละ 0

ภาษีสรรพสามิต (Excise Tax)

           ภาษีสรรพสามิตเรียกเก็บจากสินค้าบางรายการที่ผลิตในฟิลิปปินส์สำหรับการขายในประเทศหรือการบริโภค และสินค้าที่นำเข้ามาในฟิลิปปินส์ (นอกเหนือจากภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีศุลกากร) โดยทั่วไปภาษีสรรพสามิตมีการจัดเก็บจากแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ ปิโตรเลียม ผลิตภัณฑ์จากแร่ ดอกไม้ไฟ ภาพยนตร์ และยานยนต์ เป็นต้น

ภาษีมรดก (Inheritance Tax)

           ภาษีมรดก เรียกเก็บจากการโอนอสังหาริมทรัพย์สุทธิของเจ้าของมรดกสู่ทายาท โดยฐานของภาษีมรดกจะเรียกเก็บเป็นอัตราก้าวหน้าร้อยละ 5-20 โดยมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ 200,000 เปโซฟิลิปปินส์แรก จะได้รับการยกเว้นจากภาษี และมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่เกิน 10 ล้านเปโซฟิลิปปินส์ จะเรียกเก็บภาษี ในอัตราร้อยละ 20

ภาษีธุรกรรมหุ้น (Stock Transaction Tax)

           ภาษีธุรกรรมหุ้นคิดอัตราร้อยละ 0.5 สำหรับราคาขายขั้นต้นที่กำหนดไว้ในการขายการแลกเปลี่ยนหรือจำหน่ายอื่นๆ ของหุ้นผ่านตลาดหลักทรัพย์ และเก็บภาษีสำหรับการขายการแลกเปลี่ยนหรือจำหน่ายอื่นๆ ของหุ้นในบริษัทที่จัดตั้งขึ้นผ่านการเสนอขายหุ้น

 

กฎระเบียบทางการเงิน

กฎระเบียบการกู้ยืมเงิน

           ปัจจุบัน ระบบสถาบันทางการเงินของฟิลิปปินส์มีการให้บริการทางการเงินเต็มรูปแบบ ให้กับนักลงทุนทั้งภายในและภายนอกประเทศ เช่น การให้บริการทางการเงิน และการประกันภัย เป็นต้น

ระบบสถาบันการเงินในฟิลิปปินส์สามารถแบ่งออกได้ 3 กลุ่มหลัก คือ ธนาคาร สถาบันการเงินที่มิใช่ธนาคารแต่ให้บริการคล้ายธนาคาร และสถาบันการเงินอื่นๆ ทั้งนี้ ธนาคารชาติของฟิลิปปินส์ (Bangko Sentral ng Pilipinas: BSP) กำกับดูแลเฉพาะธนาคาร และสถาบันการเงินที่มิใช่ธนาคาร แต่ให้บริการคล้ายธนาคาร ซึ่งระบบธนาคารฟิลิปปินส์สามารถจำแนกย่อยตามลักษณะ และขอบเขตการให้บริการได้หลายรูปแบบ ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ (Commercial Banks) จำนวน 21 แห่ง สถาบันการเงินครบวงจร (Universal Banks) จำนวน 17 แห่ง สถาบันรับฝากเงิน (Thrift Banks) จำนวน 82 แห่ง และสหกรณ์ (Rural and Cooperative Banks) จำนวน 723 แห่ง เป็นต้น

ธนาคารชาติของฟิลิปปินส์ทำหน้าที่กำหนดนโยบายการเงิน นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนรักษาเสถียรภาพ และส่งเสริมโครงสร้างทางการเงินให้เข้มแข็ง รวมทั้งเป็นนายธนาคารให้กับรัฐบาล

การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

           สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ใช้หน่วยเงินตราเปโซฟิลิปปินส์ (PHP) โดยอัตราแลกเปลี่ยนของไทยเทียบกับฟิลิปปินส์เฉลี่ยในปี 2556 เท่ากับ 0.73 บาท ต่อ 1 เปโซฟิลิปปินส์

แหล่งเงินทุน

           สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ มีผลิตภัณฑ์ และบริการทางการเงินเต็มรูปแบบ ทั้งจากธนาคารพาณิชย์ ธนาคารอิสลาม การประกันภัย การจัดการสินทรัพย์ทางการเงิน และการจัดหาเงินทุนจากตราสารหนี้ ซึ่งจะเป็นแหล่งทางเลือกของการจัดหาเงินทุนสำหรับธุรกิจ และนักลงทุนทั้งจากในและต่างประเทศ นอกจากนี้มาเลเซียได้มีตลาดหลักทรัพย์ฟิลิปปินส์ (PSE) เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกในการระดมของนักลงทุนทั้งจากในและต่างประเทศ

การส่งเงินทุน/กำไรกลับประเทศ

           นักลงทุนต่างชาติ ไม่สามารถนำเงินกลับประเทศได้ทั้งหมด เนื่องจากกฎหมายฟิลิปปินส์ระบุไว้ให้นักลงทุนต่างชาติต้องเสียภาษีรายได้ส่วนบุคคล ในอัตราร้อยละ 30

 

รูปแบบการประกอบธุรกิจและการจดทะเบียนการค้า

การจดทะเบียนเริ่มต้นธุรกิจในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งประเภทของการจัดตั้งบริษัท มี 5 ประเภท ดังนี้

1. กิจการที่เป็นเจ้าของคนเดียว (Sole Proprietorship)

          คือ กิจการที่มีบุคคลคนเดียวเป็นเจ้าของกิจการ และรับผิดชอบการดำเนินกิจการทั้งหมดจะต้องยื่นขอชื่อกิจการและจดทะเบียนที่ Department of Trade and Industry (DTI) โดยมีขั้นตอนดังนี้

o        ตรวจสอบข้อมูลออนไลน์จากเว็บไซต์ของ DTI (http://www.dti.gov.ph) ว่าชื่อทางธุรกิจที่จะยื่นขอจดทะเบียนนั้นสามารถใช้ได้หรือไม่

o        กรอกแบบฟอร์มการขอชื่อทางธุรกิจ โดยระบุชื่อที่ต้องการอย่างน้อย 3 ชื่อ ส่งแบบฟอร์มการขอชื่อทางธุรกิจพร้อมเอกสารที่กำหนด และชำระค่าธรรมเนียม

o        หลังจากพิจารณาแบบฟอร์มและเอกสารแล้ว ผู้ยื่นขอจะได้รับแจ้งการดำเนินการต่อไป

o        DTI ออกใบทะเบียนการค้า (Certificate of Registration) ทะเบียนชื่อทางธุรกิจที่ออกให้จะมีอายุ 5 ปี และใช้ได้กับที่อยู่ทางธุรกิจตามที่ระบุไว้เท่านั้น

 

 

 

2. ห้างหุ้นส่วน (Partnerships)

          คือ กิจการที่มีการร่วมทุนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ซึ่งอาจอยู่ในรูปห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล และห้างหุ้นส่วนจำกัด (ซึ่งต้องมีหุ้นส่วนอย่างน้อย 1 คน) สำหรับกิจการประเภทนี้ หากมีทุนจดทะเบียนมากกว่า 3,000 เปโซขึ้นไป จะต้องยื่นจดทะเบียนที่ Securities and Exchange Commission (www.sec.gov.ph) โดยมีขั้นตอนดังนี้

o        จองชื่อนิติบุคคล เตรียม Articles of Incorporation หนังสือบริคณห์สนธิ/ข้อตกลงหรือข้อบังคับในการก่อตั้ง และดำเนินงานของกิจการ และเอกสารที่เกี่ยวข้องต่างๆ

o        ยื่นแบบฟอร์มที่กรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ชำระค่าธรรมเนียม และรับหนังสือรับรอง จุดแข็งของฟิลิปปินส์ คือ ประชากรมีความรู้ภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี ทำให้มีการส่งคนออกไปทางานในต่างประเทศจำนวนมาก และสามารถนำรายได้จากแรงงานดังกล่าวเข้าประเทศปีละกว่า 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

3. บริษัทจำกัด (Corporations)

         คือ นิติบุคคลที่มีผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 5-15 คน ซึ่งจำกัดความรับผิดชอบตามส่วนของทุน โดยจะต้องยื่นจดทะเบียนที่ Securities and Exchange Commission (SEC) และมีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 5,000 เปโซ ทั้งนี้ การถือหุ้น (40:60) หากบริษัทที่มีคนสัญชาติฟิลิปปินส์เป็นเจ้าของ 60% และเป็นของต่างชาติ 40% จะถือว่าเป็นบริษัทฟิลิปปินส์ แต่ถ้าต่างชาติเป็นเจ้าของมากกว่า 40% จะถือว่าเป็นบริษัทต่างชาติในฟิลิปปินส์

ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัทจำกัด มีดังนี้

o        ตรวจสอบชื่อนิติบุคคล

o        เตรียมหนังสือการจดทะเบียนบริษัท หนังสือบริคณห์สนธิ/ข้อตกลงหรือข้อบังคับในการก่อตั้ง และดำเนินงานของกิจการ

o        หนังสือรับรอง (Treasure’s Affidavit)

o        ตั๋วเงินฝากยืนยันการชำระทุน (Bank Certificate of Deposit)

o        ข้อมูลการจดทะเบียน/ หลักฐานการชำระเงินที่นำเข้าประเทศ (Registration Data Sheet/ Proof of Inward Remittance)

หมายเหตุ: เอกสารทั้งหมดที่ดำเนินการในต่างประเทศจะต้องได้รับการรับรองความถูกต้องจากสถานทูตฟิลิปปินส์

4. สำนักงานสาขา (Branch Office)

         หมายถึง กิจการที่จดทะเบียนในต่างประเทศ แล้วเข้ามาดำเนินธุรกิจในฟิลิปปินส์ ภายใต้การบริหารงานของสานักงานใหญ่ในต่างประเทศ กิจการประเภทนี้ต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ยกเว้นกิจการที่มีการใช้เทคโนโลยีระดับสูงหรือจ้างแรงงานมากกว่า 50 คน ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ ลดลงเหลือ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และไม่กำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำสำหรับกิจการที่ผลิตเพื่อส่งออก ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60

 

 

 

5. สำนักงานตัวแทน (Representative Office)

         หมายถึง กิจการที่จดทะเบียนในต่างประเทศ แล้วเข้ามาตั้งสานักงานตัวแทนในฟิลิปปินส์ เพื่อทำหน้าที่บางอย่างแทนบริษัทแม่/ สานักงานใหญ่ในต่างประเทศ เช่น ทากิจกรรมส่งเสริมการขาย เป็นสื่อกลางในการติดต่อ ตรวจสอบคุณภาพสินค้า เป็นต้น โดยมิได้มีรายได้ในฟิลิปปินส์ สำหรับกิจการประเภทนี้ต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ

 

ข้อเสนอแนะและมุมมองเชิงประสบการณ์

         ข้อเสนอแนะที่ได้จากประสบการณ์ของผู้ลงทุนในฟิลิปปินส์และเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้องที่นักลงทุนควรทราบก่อนตัดสินใจเข้าไปลงทุนในฟิลิปปินส์สรุปได้ ดังนี้

รูปแบบการลงทุนที่มีโอกาสประสบความสำเร็จ

         การลงทุนในฟิลิปปินส์ควรตั้งโรงงานในเขตนิคมอุตสาหกรรมหรือเขตเศรษฐกิจพิเศษ เนื่องจากฟิลิปปินส์ยังมีปัญหาความไม่พร้อมของโครงสร้างพื้นฐานทั้งเส้นทางคมนาคมทาง ท่าเรือ สนามบิน และไฟฟ้าอยู่มาก นอกจากนี้ประเทศฟิลิปปินส์ยังขาดแคลนอุตสาหกรรมสนับสนุนด้วย นอกจากนี้ การลงทุนในเขตดังกล่าวยังได้สิทธิประโยชน์ที่ค่อนข้างสูง เช่น นอกจากจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 4-8 ปีแล้ว หลังจากนั้นยังมีสิทธิเลือกเสียภาษีในอัตราพิเศษร้อยละ 5 ของรายได้รวมแทนการเสียภาษีเงินได้และภาษีท้องถิ่นในอัตราทั่วไปได้ด้วย

ทั้งนี้ บริษัทต่างชาติที่จะเข้ามาดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจมีช่องทางมากมาย เช่น สำนักงานผู้แทน การร่วมทุนกับบริษัทท้องถิ่น และบริษัทที่ต่างชาติเป็นเจ้าของ ซึ่งแต่ละวิธีการนั้นมีข้อดีและข้อด้อยแตกต่างกันไป โดยทั่วไปแล้วสินค้าไทยค่อนข้างเป็นที่ยอมรับในตลาดฟิลิปปินส์ อย่างไรก็ตาม การผลิตเพื่อจำหน่ายในฟิลิปปินส์นั้น ควรมุ่งตลาดกลางถึงล่าง เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่ยังมีระดับรายได้ค่อนข้างต่ำ และควรเน้นสินค้าคุณภาพดีแต่ราคาต่อหน่วยต่ำ ซึ่งอาจทำได้หลายวิธี เช่น การลดขนาดบรรจุต่อหน่วย เพื่อผู้บริโภคสามารถซื้อครั้งละเล็กน้อยได้ เป็นต้น สำหรับการดำเนินธุรกิจท่องเที่ยวในฟิลิปปินส์ นั้นต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากการเดินทางข้ามเมืองไม่สะดวกและอาจต้องใช้เวลานาน รวมทั้งต้องระวังปัญหาด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และความไม่พร้อมของโครงสร้างพื้นฐานรวมถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มักเกิดขึ้นรุนแรงบ่อยครั้ง และความวุ่นวายทางการเมืองนั้นก็เป็นปัจจัยที่พึงตระหนักสำหรับนักลงทุนไทยด้วย

กฎหมาย และกฎระเบียบ

         นโยบายของรัฐบาลให้การสนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศ ในเกือบทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ และให้สิทธิพิเศษเพื่อส่งเสริมกิจกรรมการลงทุนในการพัฒนาประเทศ โดยมี Foreign Investment Act 1991 เป็นกฎหมายหลัก ซึ่งมีการให้สิทธิพิเศษต่างๆ เพื่อจูงใจนักลงทุนทั้งจากภายใน และต่างประเทศ นักลงทุนต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของกิจการโดยไม่ต้องมีคนท้องถิ่นร่วมทุน ยกเว้นธุรกิจที่อยู่ในรายการธุรกิจต้องห้าม (The Foreign Investment Negative List) โดยสัดส่วนการถือหุ้นที่อนุญาตให้คนต่างชาติ ถือครองแตกต่างกันตามประเภทของธุรกิจ

 

วัฒนธรรม

          ชาวฟิลิปปินส์ มีความผูกพันกับวัฒนธรรมตะวันตกที่ได้รับถ่ายทอดมาจากสเปน และสหรัฐอเมริกาอย่างมาก ศาสนาถือเป็นจุดศูนย์กลางสำคัญในการดำเนินชีวิตของประชากรส่วนใหญ่ในฟิลิปปินส์ ศาสนาหลักในฟิลิปปินส์ คือ โรมันคาทอลิก ซึ่งมีผู้นับถือมากกว่า 80% ของประชากรทั้งหมด โดยฟิลิปปินส์นับเป็นเพียงประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียที่ยอมรับศาสนาคริสต์ เป็นศาสนาประจำชาติ โบสถ์กลายเป็นสถานที่สำคัญในการดำเนินชีวิต ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการและในชีวิตประจำวันมากเป็นอันดับ 3 ของโลก ขณะที่ชาวฟิลิปปินส์มีความเป็นมิตรกับชาวต่างชาติ ปรับตัวเก่ง และมีความเป็นกันเองสูง

ต้นทุนการดำเนินธุรกิจ

          สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ นั้นมีต้นทุนในการดำเนินธุรกิจที่ต่ำที่สุดประเทศหนึ่งในอาเซียน ทั้งอัตราค่าเช่าสำนักงานและที่ดินเพื่อใช้ในการสร้างโรงงาน รวมถึงต้นทุนแรงงาน ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์มีต้นทุนค่าแรงโดยทั่วไปต่ำกว่า 1 ใน 5 ของค่าแรงในประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนอัตราค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าเช่าในประเทศฟิลิปปินส์โดยเฉลี่ยแล้วต่ำกว่าอัตราดังกล่าวในประเทศสหรัฐอเมริกาประมาณร้อยละ 50 ดังนั้น บริษัทต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในฟิลิปปินส์จึงสามารถประหยัดต้นทุนการดำเนินธุรกิจประมาณร้อยละ 15 ถึง 30 และยังเป็นประเทศที่สามารถหาแรงงานทั่วไปได้ง่าย และมีแรงงานระดับบริหารจำนวนมากอีกด้วย ส่วนช่องทางการว่าจ้างงานบุคลากรในฟิลิปปินส์มีมากมาย เช่น การสืบค้นจากคลังข้อมูล เทศกาลการหางาน และการโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์ นักลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการจ้างงานได้ที่ Department of Labor & Employment แม้ว่าการดำเนินธุรกิจในสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ของภาคเอกชนไทยที่ผ่านมาจะประสบอุปสรรคหลายด้าน ทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่เพียงพอ และไม่มีประสิทธิภาพ แต่ฟิลิปปินส์นั้นก็มีปัจจัยบวกที่ดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนไทย และต่างชาติที่สำคัญหลายประการ เช่น แรงงานที่มีทักษะสูงใช้ภาษาอังกฤษได้ดี มีค่าจ้างแรงงานต่ำ ทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และตลาดภายในประเทศที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ นักลงทุนไทยที่สนใจขยายฐานการค้าการลงทุนของตนสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจึงควรมองโอกาสขยายธุรกิจ

 

 

 

 

 

 

รายชื่อหน่วยงานด้านการค้าและการลงทุน

Department of Trade and Industry

4th Floor, Industry and Investments Building, 385 Gil Puyat

Avenue, Makati City, Philippines

โทรศัพท์ : 8904901-05

โทรสาร : 8953993

อีเมล์ : TGAquino@boi.gov.ph

Bureau of Import Services, Department of Trade and Industry

3rd Floor, Oppen Building, 349 Sen. Gil Puyat Avenue, Makati City, Philippines

โทรศัพท์ : 8964430; 8905418

โทรสาร : 8957466

อีเมล์ : bis@dti.gov.ph

Bureau of Export Trade Promotion, Department of Trade and Industry

6th Floor, New Solid, 357 Sen. Gil Puyat Avenue, Makati City, Philippines

โทรศัพท์ : 8904683; 8990133

โทรสาร : 8904716; 8904707

อีเมล์ : betp@dti.gov.ph

เว็บไซต์ : www.dti.gov.ph/betp

DEPARTMENT OF TRADE AND INDUSTRY

Email: bossac@boi.gov.ph

Website: www.dti.gov.ph

ศูนย์พัฒนาการค้า และธุรกิจไทยในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา

Thailand Trade Office, 107 Rada Street, Legaspi Village, Makati City 1229, Philippines

โทร. (632) 8940403, 8940406

Email: aecphilthai@gmail.com

BUREAU OF IMPORT SERVICES, DEPARTMENT OF TRADE AND INDUSTRY

Email: bis@dti.gov.ph

Website: www.dti.gov.ph

BUREAU OF EXPORT TRADE PROMOTION, DEPARTMENT OF TRADE AND INDUSTRY

Email: betp@dti.gov.ph

Website: www.betp.dti.gov.ph

BUREAU OF FOOD AND DRUG

Email: bfad@doh.gov.ph

Website: www.fda.gov.ph

NATIONAL FOOD AUTHORITY

Email: nfa_admin@nfa.gov.ph

Website: www.nfa.gov.ph

PHILIPPINE CHAMBER OF COMMERCE AND INDUSTRY

Email: mis@philippinechamber.com

Website: www.philippinechamber.com

 

สถานทูตประจำประเทศไทย

เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทย

H.E. Mr. Antonio Venus Rodriguez

ที่ตั้งสถานเอกอัครราชทูต

760 Sukhumvit Road, Corner Soi Philippines (Sukhumvit 30/1), Prakhanong, Bangkok 10110

Tel: 0-2259-0139-40, 0-2258-5401

Fax: 0-2259-2809

E-mail: inquiry@philembassy-bangkok.net bangkokpe@dfa.gov.ph

Website: http://www.philembassy-bangkok.net

กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.dft.go.th

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.ditp.go.th

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.dtn.go.th

Global Trade Atlas.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.gtis.com/gta

ศูนย์อาเซียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.fact.fti.or.th

สถาบันศึกษาความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.apecthai.org

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารอาเซียน กรมประชาสัมพันธ์.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.aseanthai.net

ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (EIU).(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก  eiu.thaieei.com

oceanile link oceania
levitrans blog.pelagicfm.com levitra koupit
cialis 20mg femchoice.org cialis
cardura 2 mg cardura xl wikipedia cardura 2 mg
cardura 2 mg cardura xl wikipedia cardura 2 mg
plendil 2.5 mg totspub.com plendil 5 mg cena
nolvadex 20mg nolvadex 20mg nolvadex prix maroc
nolvadex 20mg nolvadex forum nolvadex prix maroc
renova blog.pelagicfm.com renovation viborg
januvia price januvia januvia 100 mg
imodium instant imodium instant imodium plus
erythromycin mrsa erythromycin side effects nz erythromycin dose
lisinopril and alcohol lisinopril 5 mg lisinopril 5 mg
radikalische polymerisation radikale radikal

          1. นโยบายต่างประเทศของฟิลิปปินส์อยู่บนพื้นฐานของนโยบายหลัก 3 ด้าน คือ (1) ด้านความมั่นคง (2) ด้านเศรษฐกิจ และ (3) ด้านแรงงานฟิลิปปินส์ในต่างประเทศ (Overseas Filipinos Workers) โดยเน้นการสร้างความสมดุลระหว่างผลประโยชน์แห่งชาติกับการเป็นสมาชิกที่ดีของประชาคมระหว่างประเทศ และยังคงให้ความสำคัญกับการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศสมาชิกอาเซียน

          2.  ฟิลิปปินส์มีความใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกา เนื่องด้วยความเกี่ยวพันทางประวัติศาสตร์ ความเป็น พันธมิตรด้านความมั่นคง และสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด รัฐบาลฟิลิปปินส์ประสบผลสำเร็จในการดึงดูดการลงทุนและเงินช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกา โดยสหรัฐอเมริกาพร้อมจะสนับสนุนนโยบายแห่งชาติของฟิลิปปินส์ในทุกมิติ ในการนี้ ฟิลิปปินส์ได้ลงนามความตกลง Millennium Challenge Account (MCA) มูลค่า 434 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งความตกลงดังกล่าว อยู่ภายใต้การดำเนินงานของความร่วมมือแห่งความท้าทายแห่งสหัสวรรษ (Millennium Challenge Corporation :MCC) โดยเป็นเงินทุนจากสหรัฐอเมริกาที่สนับสนุนประเทศที่ยากจนเพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ฟิลิปปินส์ยังได้แสดงความสนใจที่จะเพิ่มพลวัตร และแรงขับเคลื่อนทางการค้ากับสหรัฐอเมริกา โดยการเข้าร่วมการเจรจาความตกลงว่าด้วยการค้าเสรีในกรอบ Trans Pacific Economic Partnership

          3. ฟิลิปปินส์มีความสัมพันธ์ในระดับดีกับนานาประเทศ อาทิ (1) กับญี่ปุ่นในฐานะประเทศที่ให้ความช่วยเหลือทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดของฟิลิปปินส์และเป็นประเทศผู้บริจาครายสำคัญต่อการพัฒนาในมินดาเนา (2) กับจีนในฐานะประเทศคู่ค้าและผู้ลงทุนที่สำคัญ และ (3) กับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง อาทิ ซาอุดิอาระเบีย อิหร่าน และเยเมน ซึ่งเป็นตลาดแรงงานสำคัญของฟิลิปปินส์และแหล่งทุนสำหรับการพัฒนาในมินดาเนา ตลอดจนมีศักยภาพที่จะสนับสนุนฟิลิปปินส์ในการเข้าเป็นประเทศผู้สังเกตการณ์ในองค์การการประชุมอิสลาม (Organization of the Islamic Conference : OIC)

          4. ฟิลิปปินส์ส่งเสริมผลประโยชน์แห่งชาติในเวทีระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนอาเซียน

augmentin eureka augmentin et soleil augmentin injectable
oceanile oceanile oceania
seroquel notice seroquel xr seroquel xr
cialis 20mg click cialis
renovar certificado digital modelus.com renovacion pasaporte
renova blog.pelagicfm.com renovation viborg
januvia price januvia 100 mg januvia 100 mg
lamictal bivirkninger hukommelse go lamictal mod angst
vibramycin site vibramycine n
lexapro overdose mg markthrice.com lexapro dosage for depression
erythromycin mrsa click erythromycin dose
lisinopril and alcohol lisinopril 5 mg lisinopril 5 mg
เลขที่ 57 ชั้น 6 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม
ถนน พระสุเมรุ (บางลำภู) เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
โทรศัพท์ : (66) 02-280-7272 อีเมล : contact@ee.mail.go.th
Fax : (66) 02-280-7277, (66) 02-280-7273

Copyright © 2021 Electrical and Electronics Institute. All Rights Reserved