สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

นโยบายเศรษฐกิจ

ธุรกิจจำนวนหลายแสนธุรกิจไม่สามารถดำเนินกิจการได้ในขณะนี้ และอีกกว่าหลายหมื่นธุรกิจ ที่อาจจะต้องประกาศล้มละลายในไม่ช้า โลกธุรกิจ บริการ กำลังพังทลายเพราะวิกฤติ Covid-19 โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ร้านกาแฟ บาร์และร้านอาหาร เป็นกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ ซึ่งรัฐบาลเยอรมัน เห็นถึงปัญหาที่เร่งด่วน และเร่งหาทางช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ โดยนาย Thomas Barei ที่ปรึกษา ด้าน SMEs ของประเทศ เน้นย้ำว่า โรงแรม ร้านอาหาร และสถานบริการ ก็ควรจะมีโอกาสเท่าเทียมกับธุรกิจอื่นในการกลับมาฟื้นตัวหลังจากวิกฤติและจะเป็นการดีมาก หากรัฐลดภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจเหล่านี้ลงเหลือร้อยละ 7” นอกจากนี้ควรจะคิดถึงมาตรการ การจัดการด้านการคิดค่าเสื่อมของวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในธุรกิจ และการสนับสนุนด้านการลงทุนของภาคธุรกิจ เพื่อ กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

แนวโน้มเศรษฐกิจ

ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของผู้ประกอบการเยอรมนี กลับมาดีขึ้นเล็กน้อย หลังจากที่สถานการณ์ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา เรียกได้ว่าเป็นความเสียหายอย่างรุนแรงในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจเยอรมนี โดยดัชนีผู้ประกอบธุรกิจ ifo ขยายตัวขึ้นเป็น 79.5 จากเดิมที่อยู่ที่ 74.2 จุด ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังเห็นว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันยังแย่อยู่แต่การคาดการณ์ สถานการณ์ในอนาคตเริ่มกลับมาขยายตัวขึ้นเล็กน้อย โดยการอนุญาตให้กลับมาประกอบธุรกิจอีกครั้ง ส่งผลบวกกับการประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ

ดัชนีธุรกิจสินค้า intermediate goods ของประเทศเยอรมนี (สินค้าที่นำไปประกอบ หรือเป็นชิ้นส่วนเพื่อผลิต สินค้าสำเร็จรูป) กลับมาขยายตัวขึ้นอีกครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากการคาดการณ์สถานการณ์เศรษฐกิจในอนาคตเป็น หลัก แต่ในภาคอุตสาหกรรม ยังคาดการณ์ว่า การประกอบธุรกิจยังไม่มีแนวโน้มที่จะดีขึ้นในอนาคต และเห็นว่าสถานการณ์ในปัจจุบันแย่กว่าที่คาดการณ์ไว้

ดัชนีธุรกิจบริการ กลับมาขยายตัวขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ตกลงมาต่ำสุดในประวัติการณ์ในเดือนเมษายน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพราะการคาดการณ์สถานการณ์เศรษฐกิจในอนาคตเชิงบวก อีกทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน ก็เริ่มกลับ ขึ้นมาดีขึ้นบ้าง อย่างไรก็ตามผู้ประกอบธุรกิจบริการส่วนใหญ่ก็ยังมีความเห็นเป็นเชิงลบเป็นส่วนใหญ่กับสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม

ดัชนีการค้า เริ่มกลับมาขยายตัวขึ้นอีกครั้ง โดยหลักๆ มาจากการประเมินปริมาณสินค้าในโกดัง และการคาดการณ์ผลประกอบธุรกิจในอนาคตเป็นหลัก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ค้าปลีกเอง ที่เริ่มได้รับผลจากการปลดล็อคสถานการณ์  Covid-19

ชื่อทางการภาษาอังกฤษ             : สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (Federal Republic of Germany)

ชื่อทางการภาษาเยอรมัน           : สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (Bundesrepublik Deutschland)

เมืองหลวง                            : กรุงเบอร์ลิน (Berlin)

เมืองสำคัญ                            : Hamburg, K?ln, M?nchen, Frankfurt

พื้นที่                                   : 348,540 ตารางกิโลเมตร

ที่ตั้ง                                    : ตอนกลางของทวีปยุโรป ทิศเหนือจรดเดนมาร์ก ทิศใต้จรดสวิตเซอร์แลนด์และออสเตรียทิศตะวันออกจรดสาธารณรัฐเช็กและโปแลนด์ ทิศตะวันตกจรด                                                                                         เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ลักเซมเบิร์ก และฝรั่งเศส

ประชากร                             : 83.14 ล้านคน (30 ก.ย. 2019)

ภูมิอากาศ                                                                                 - ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม) อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 18 ถึง 20

                                                                                                         องศาเซลเซียส

                                                                                                       - ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน) อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 10 ถึง 15

                                                                                                         องศาเซลเซียส

                                                                                                       - ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์) อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 5 ถึง -5

                                                                                                         องศาเซลเซียส

                                                                                                       - ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม) อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 10 ถึง 18

                                                                                                         องศาเซลเซียส

เวลา                                   : เยอรมนีใช้เวลายุโรปกลาง (UTC+1) ในช่วงฤดูหนาว (3 นาฬิกาของวันอาทิตย์

                                           สุดท้าย เดือนตุลาคม ถึง 2 นาฬิกาวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนมีนาคม) ซึ่งมีเวลา

                                           แตกต่างจากประเทศไทย -6 ชั่วโมง แต่ในช่วงฤดูร้อน (UTC+2) มีเวลาต่างจาก

                                           ไทยโดยช้ากว่าไทยเพียง -5 ชั่วโมง

ศาสนา                                : ศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกร้อยละ 31 ศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนท์ร้อยละ 31 อิสลามร้อยละ 4 และศาสนาอื่น หรือไม่มีศาสนาร้อยละ 34

ภาษาราชการ                        : ภาษาเยอรมัน

สกุลเงิน                                : มาร์คเยอรมัน (DEM) อัตราแลกเปลี่ยน 1 บาท = 0.06 มาร์คเยอรมัน (25มิ.ย.20)                          

การปกครอง                          : ประชาธิปไตยแบบสหพันธรัฐ (federalism) มีประธานาธิบดีเป็นประมุข

                                           และนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล

ประธานาธิบดี                        : ฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์

นายกรัฐมนตรี                        : อังเกลา แมร์เคิล (Mrs. Angela Merkel)

GDP (US$bn)                                 3,853.2 (ปี 2019)

GDP per capita (US$)                      46,516.7 (ปี 2019)

GDP Growth (%)                            0.6 (ปี 2019)

Inflation (%)                                  1.5 (ปี 2019)

ตาราง มูลค่าการค้ารวมของเยอรมนี

การค้า

มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2017

2018

2019

% Change

2018/2017

% Change

2019/2018

การค้ารวม

2,612,003

2,844,811

2,723,660

8.91

-4.26

การนำเข้า

1,163,314

1,284,317

1,234,480

10.40

-3.88

การส่งออก

1,448,689

1,560,494

1,489,180

7.72

-4.57

ดุลการค้า

285,375

276,177

254,700

-3.22

-7.78

ที่มา: Global Trade Atlas รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์โดยฝ่ายยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

 

ในปี 2019 เยอรมนีมีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศรวม 2,723,660 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยแบ่งออกเป็นมูลค่าการส่งออกเท่ากับ 1,489,180 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าส่งออก ได้แก่ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ บอยเลอร์ ยานบกนอกจากรถที่เดินบนรางรถไฟหรือรางรถราง และเครื่องจักร เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า เป็นต้น ตลาดส่งออกหลัก อาทิ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และจีน เป็นต้น ด้านการนำเข้าคิดเป็นมูลค่า 1,234,480 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ บอยเลอร์ เครื่องจักร เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า และยานบกนอกจากรถที่เดินบนรางรถไฟหรือรางรถราง เป็นต้น โดยมีเนเธอร์แลนด์ จีน และฝรั่งเศส เป็นแหล่งนำเข้าที่สำคัญ 

ตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของเยอรมนี 10 อันดับแรก ปี 2019

เยอรมนีนำเข้าจากประเทศคู่ค้า 10 อันดับแรก ปี 2019

เยอรมนีส่งออกไปยังประเทศคู่ค้า 10 อันดับแรก ปี 2019

ประเทศ

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

ส่วนแบ่งตลาด (%)

+/- (%)

ประเทศ

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

ส่วนแบ่งตลาด (%)

+/- (%)

1.จีน

35,302

17.64

-5.56

1.จีน

19,515

9.62

-1.89

2.เนเธอร์แลนด์

27,340

13.66

-5.04

2.สหรัฐอเมริกา

14,506

7.15

2.42

3.สาธารณรัฐเช็ก

17,229

8.61

-0.09

3.ฝรั่งเศส

13,183

6.50

-6.14

4.โปแลนด์                                                      

10,687

5.34

3.58

4.เนเธอร์แลนด์

11,740

5.79

-11.71

5.ฮังการี

8,231

4.11

-4.81

5.สาธารณรัฐเช็ก

11,135

5.49

-5.15

6.ฝรั่งเศส

7,291

3.64

-11.63

6.อิตาลี

10,150

5.00

-4.44

7.สหราชอาณาจักร

6,777

3.39

-3.25

7.โปแลนด์

9,830

4.85

-1.39

8.สหรัฐอเมริกา

6,478

3.24

0.94

8.สหราชอาณาจักร

9,452

4.66

-14.49

9.ออสเตรีย

5,837

2.92

-10.21

9.ออสเตรีย

9,173

4.52

-6.19

10.ญี่ปุ่น

5,566

2.78

-9.62

10.ฮังการี

7,118

3.51

-2.27

ไทย(23)

2,253

1.13

-14.30

ไทย(37)

1,054

0.52

-3.04

ที่มา: Global Trade Atlas รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์โดยฝ่ายยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

การส่งออกชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของเยอรมนี ในปี 2019 เยอรมนีส่งออกไปยังจีนมากเป็นอันดับ 1 โดยมีมูลค่า 19,515 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 9.62 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เยอรมนีส่งออกไปยังจีน เช่น เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) และตลับลูกปืนเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น อันดับ 2 คือ สหรัฐอเมริกา เยอรมนีส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา มูลค่า 14,506 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 7.15 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เยอรมนีส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา เช่น เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ และ Power supply PC เป็นต้น และอันดับ 3 คือ ฝรั่งเศส เยอรมนีส่งออกไปยังฝรั่งเศส มูลค่า 13,183 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 6.50 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เยอรมนีส่งออกไปยังฝรั่งเศส เช่น เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ และเครื่องคอมพิวเตอร์ ครบชุด,Notebook,palm เป็นต้น ในขณะที่เยอรมนีส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปยังไทยมากเป็นอันดับที่ 37 โดยมีมูลค่า 1,054 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 0.52 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เยอรมนีส่งออกไปยังไทย เช่น เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) และอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการส่งหรือการรับ เปลี่ยนเสียง ภาพ เป็นต้น

ตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของเยอรมนี 10 อันดับแรก ปี 2019

เยอรมนีนำเข้าจากประเทศคู่ค้า 10 อันดับแรก ปี 2019

เยอรมนีส่งออกไปยังประเทศคู่ค้า 10 อันดับแรก ปี 2019

ประเทศ

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

ส่วนแบ่งตลาด (%)

+/- (%)

ประเทศ

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

ส่วนแบ่งตลาด (%)

+/- (%)

1.จีน

35,302

17.64

-5.56

1.จีน

19,515

9.62

-1.89

2.เนเธอร์แลนด์

27,340

13.66

-5.04

2.สหรัฐอเมริกา

14,506

7.15

2.42

3.สาธารณรัฐเช็ก

17,229

8.61

-0.09

3.ฝรั่งเศส

13,183

6.50

-6.14

4.โปแลนด์                                                      

10,687

5.34

3.58

4.เนเธอร์แลนด์

11,740

5.79

-11.71

5.ฮังการี

8,231

4.11

-4.81

5.สาธารณรัฐเช็ก

11,135

5.49

-5.15

6.ฝรั่งเศส

7,291

3.64

-11.63

6.อิตาลี

10,150

5.00

-4.44

7.สหราชอาณาจักร

6,777

3.39

-3.25

7.โปแลนด์

9,830

4.85

-1.39

8.สหรัฐอเมริกา

6,478

3.24

0.94

8.สหราชอาณาจักร

9,452

4.66

-14.49

9.ออสเตรีย

5,837

2.92

-10.21

9.ออสเตรีย

9,173

4.52

-6.19

10.ญี่ปุ่น

5,566

2.78

-9.62

10.ฮังการี

7,118

3.51

-2.27

ไทย(23)

2,253

1.13

-14.30

ไทย(37)

1,054

0.52

-3.04

ที่มา: Global Trade Atlas รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์โดยฝ่ายยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

จากตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของเยอรมนี 10 อันดับแรก ปี 2019 พบว่า เยอรมนีนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากจีนมากเป็นอันดับ 1 มูลค่า 35,302 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 17.64 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เยอรมนีนำเข้าจากจีน เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ ครบชุด,Notebook,palm อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ และ Mobile Telephone เป็นต้น อันดับ 2 คือ เนเธอร์แลนด์ เยอรมนีนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากเนเธอร์แลนด์ มูลค่า 27,340 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 13.66 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เยอรมนีนำเข้าจากเนเธอร์แลนด์ เช่น อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) และอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการส่งหรือการรับ เปลี่ยนเสียง ภาพ เป็นต้น และอันดับ 3 คือ สาธารณรัฐเช็ก เยอรมนีนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากสาธารณรัฐเช็ก มูลค่า 17,229 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 8.61 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เยอรมนีนำเข้าจากสาธารณรัฐเช็ก เช่น อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ Mobile Telephone และเครื่องคอมพิวเตอร์ ครบชุด,Notebook,palm เป็นต้น ในขณะที่ไทยเป็นประเทศอันดับ 23 ที่เยอรมนีนำเข้าสินค้า โดยมีมูลค่า 2,253 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 1.13โดยที่ สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เยอรมนีนำเข้าจากไทย เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ และส่วนประกอบเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น

ตาราง มูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 10 อันดับแรกที่ไทยส่งออกไปเยอรมนี

ผลิตภัณฑ์

ล้านเหรียญสหรัฐฯ

% การขยายตัว

2017

2018

2019

2018

2019

1.วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit)

519.86

561.48

461.07

8.01

-17.88

2.เครื่องพิมพ์ เครื่องทำสำเนา และส่วนประกอบ

281.53

268.16

257.07

-4.75

-4.14

3.อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์

248.07

251.35

211.49

1.32

-15.86

4.เครื่องปรับอากาศ

85.91

111.66

161.5

29.97

44.64

5.เครื่องรับวิทยุกระจายเสียง

75.1

75.42

75.75

0.43

0.44

6.วงจรพิมพ์ (Printed Circuit)

65.51

67.22

67.74

2.61

0.77

7.มอเตอร์ไฟฟ้า

63.97

62.56

51.23

-2.20

-18.11

8.เครื่องอุปกรณ์สําหรับป้องกันวงจรไฟฟ้า

41.71

52.55

45.61

25.99

-13.21

9.ตลับลูกปืนเครื่องอิเล็กทรอนิกส์

40.41

48.47

42.4

19.95

-12.52

10.เครื่องโทรศัพท์ และอุปกรณ์

72.93

54.81

29.58

-24.85

-46.03

รวมมูลการค่าส่งออกทั้งหมด

2,014.39

2,111.90

1,765.25

4.84

-16.41













ที่มา: ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (E&E Intelligence Unit: EIU) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

          จากตารางมูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยไปเยอรมนี 10 อันดับแรก ในปี 2019 แสดงให้เห็นว่าไทยส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปยังเยอรมนี อันดับ 1 ได้แก่ วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) คิดเป็นมูลค่า 461.07 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการหดตัวร้อยละ 17.88 ไทยส่งออกไปเยอรมนีอันดับ 2 ได้แก่ เครื่องพิมพ์ เครื่องทำสำเนา และส่วนประกอบ คิดเป็นมูลค่า 257.07 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการหดตัวร้อยละ 4.14 สินค้าที่ไทยส่งออกอันดับ 3 ได้แก่ อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ คิดเป็นมูลค่า 211.49 ล้านเหรียญ มีอัตราการหดตัวร้อยละ 15.86 และสินค้าที่น่าจับตามอง คือ เครื่องปรับอากาศ ที่มีมูลค่าการส่งออก 161.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี โดยในปี 2019 มีอัตราการขยายตัวถึงร้อยละ 44.64


ตาราง มูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 10 อันดับแรกที่ไทยนำเข้าจากเยอรมนี

ผลิตภัณฑ์

ล้านเหรียญสหรัฐฯ

% การขยายตัว

2017

2018

2019

2018

2019

1.วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit)

169.08

201.92

191.22

19.42

-5.30

2.แผงสวิตซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า

118.07

160.06

171.93

35.56

7.42

3.เครื่องอุปกรณ์สําหรับป้องกันวงจรไฟฟ้า

64.89

63.61

70.27

-1.97

10.47

4.มอเตอร์ไฟฟ้า

36.07

35.1

38.68

-2.69

10.20

5.สายไฟฟ้า ชุดสายไฟ

34.6

41.5

38

19.94

-8.43

6.หม้อสะสมไฟฟ้า

43.98

46.18

36.57

5.00

-20.81

7.ตลับลูกปืนเครื่องอิเล็กทรอนิกส์

26.5

28.05

28.17

5.85

0.43

8.กล้องถ่ายบันทึกภาพและส่วนประกอบ

12.88

16.77

24.77

30.20

47.70

9.เครื่องเปลี่ยนไฟฟ้า

17.78

24.09

23.6

35.49

-2.03

10.เครื่องคอมเพรสเซอร์ของเครื่องทำความเย็น

14.76

20.65

22.55

39.91

9.20

รวมมูลการค่านำเข้าทั้งหมด

895.97

1,242.10

1,029.80

38.63

-17.09

ที่มา: ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (E&E Intelligence Unit: EIU) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

 

                    จากตารางมูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยจากเยอรมนี 10 อันดับแรก ในปี 2019 แสดงให้เห็นว่าไทยส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปยังเยอรมนี อันดับ 1 ได้แก่ วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) คิดเป็นมูลค่า 191.22 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการหดตัวร้อยละ 5.3 อันดับ 2 ได้แก่ แผงสวิตซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า มีมูลค่า 171.93 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 7.42 อันดับ 3 ได้แก่ เครื่องอุปกรณ์สําหรับป้องกันวงจรไฟฟ้า มีมูลค่า 70.27 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 10.47 แต่สินค้าที่น่าจับตามองมากที่สุด ได้แก่ กล้องถ่ายบันทึกภาพและส่วนประกอบ เนื่องจากมีอัตราการขยายตัวมากถึงร้อยละ 47.7 มีมูลค่า 24.77 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 

ธุรกิจไทยรายสำคัญที่เข้าไปลงทุนในเยอรมนี

1.บริษัท Thai Union ถือหุ้นร้อยละ 51 ในบริษัทอาหารทะเล R?gen Fisch

2.บริษัท ไทย-Pranda Jewelry ได้ร่วมทุนกับแบรนด์สินค้า อัญมณี และเครื่องประดับในเยอรมนี

3.บริษัทเซ็นทรัลได้เข้าซื้อกิจการห้างสรรพสินค้าดังระดับพรีเมี่ยมในเยอรมนีจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ คาเดเว (KaDeWe) โอเบอร์โพลลิงเกอร์ (Oberpollinger) และอัลสแตร์เฮ้าส์ (Alsterhaus)

4.บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด

5.บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) (อสังหาริมทรัพย์และพันธมิตรทางธุรกิจกับเยอรมนีเปิดศูนย์การแพทย์ครบวงจร   พานาซี เมดิคอล เซ็นเตอร์ที่ไทย)

6. Harikul Group (เครื่องมือทดลองทางวิทยาศาสตร์)

7.บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (มหาชน)

ธุรกิจเยอรมนีรายสำคัญที่เข้ามาลงทุนในไทย

1.บริษัทเกี่ยวกับรถยนต์ ได้แก่ BMW, Mercedes Benz, Daimler Chrysler AG

2.บริษัทลิฟต์ บันไดเลื่อน และเหล็กกล้า ได้แก่ ThyssenKrupp AG

3.บริษัทด้านอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และให้บริการ ทั้งงานด้านวิศวกรรมไฟฟ้า ระบบขับเคลื่อน และเทคโนโลยี ดิจิตอล ได้แก่ Siemens

4.บริษัทด้านเคมีภัณฑ์และพลาสติก ได้แก่ BASF

5.บริษัทด้านยา เคมีภัณฑ์และพลาสติก ได้แก่ Bayer

การลงทุนของเยอรมนี

ในปี 2019 ที่ผ่านมา เยอรมนีมีการลงทุนจากต่างชาติ มูลค่า 36,359 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และออกไปลงทุนในต่างประเทศ 98,700 ล้านเหรียญสหรัฐ

 ตาราง มูลค่าการลงทุนจากต่างชาติของเยอรมนี

Foreign Direct Investment

2017

2018

2019

FDI inflows (Millions of dollars)

60,354

73,570

36,359

FDI outflows (Millions of dollars)

104,087

78,813

98,700

FDI inward stock (Millions of dollars)

931,285

939,033

953,306

FDI outward stock (Millions of dollars)

1,607,380

1,645,415

1,719,389







ที่มา: UNCTAD, 2020

โอกาสทางการค้า

1. ปัจจุบันแนวโน้มผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นในเยอรมนี ทำให้มีการขยายตัวของตลาดผู้บริโภคกลุ่มนี้เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับพฤติกรรมการบริโภคของผู้สูงอายุเยอรมันที่นิยมบริโภคสินค้าคุณภาพและทำกิจกรรมด้านสุขภาพ และมีแนวโน้มการใช้ช่องทางออนไลน์ในการเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่สนใจทำตลาดในสินค้าผู้สูงวัย สินค้าสุขภาพ ธุรกิจบริการในสาขาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ และบริการส่งอาหารแบบ Delivery และออนไลน์ เป็นต้น 2. เยอรมนีเป็นผู้นำด้านการผลิตสินค้าใช้เทคโนโลยีสูง และให้ความสำคัญในเรื่องการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาก มีการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable energy) รวมทั้งเยอรมนีเป็นผู้นำและมีความเชี่ยวชาญเรื่องเชื้อเพลงชีวภาพ (Biofuel) จึงเป็นโอกาสที่ไทยและเยอรมนี ควรจะมีความร่วมมือและเชิญชวนให้บริษัทเยอรมนีมาลงทุนในไทยในสาขาดังกล่าว

3. นอกจากนี้ ผู้บริโภคเยอรมันยังให้ความสนใจในสินค้าผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ และอาหารเพื่อสุขภาพ จึงเป็นโอกาสของไทยในการส่งเสริมการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารอินทรีย์ไปยังเยอรมนี โดยอาจเพิ่มช่องทางตลาด สินค้าอาหารไทย และสินค้า OTOP อื่นๆ ผ่านทางออนไลน์

4. กลุ่มเซ็นทรัลได้เข้าไปซื้อกิจการห้างสรรพสินค้าในเยอรมนี จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า Kadewe (กรุงเบอร์ลิน) ห้างสรรพสินค้า Oberpollinger (นครมิวนิค) และห้างสรรพสินค้า Alsterhaus (นครฮัมบูร์ก) ซึ่งผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs อาจใช้โอกาสนี้ ในการทดลองตลาดและกระจายสินค้าเข้าสู่เยอรมนีและใช้ เยอรมนีเป็นฐานกระจายสินค้าในภูมิภาคยุโรป

5. การขยายความร่วมมือที่สอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย 4.0 และการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-curve) และการดึงดูดการลงทุนจากเยอรมนีซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีชั้นสูงของโลก โดยเฉพาะในสาขาที่รัฐบาลไทย กำหนดให้เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายซึ่งสอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของเยอรมนี เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ การแพทย์ ชีวเคมี และเครื่องมือแพทย์ และโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น 4.6 ไทยมีโอกาสในการนำระบบการจัดการและเทคโนโลยีของเยอรมนีมาประยุกต์ในอุตสาหกรรมการเกษตรของไทยตลอดจนส่งเสริมกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เพื่อยกระดับสินค้าเกษตรและแก้ไขปัญหา กลไกการตลาด และสร้างศักยภาพการแข่งขันให้กับ SMEs ไทย

ปัญหาและอุปสรรคทางการค้า

1. ปัญหาความผันผวนทางเศรษฐกิจในสหภาพยุโรป ได้แก่ ผลการลงประชามติของสหราชอาณาจักรต่อการ

ออกจากสมาชิกภาพในสหภาพยุโรป (BREXIT) และสภาวะทางการเงินของสหภาพยุโรปที่อยู่ระหว่างฟื้นตัวเป็นอุปสรรค ด้านการค้าที่สำคัญที่สุดในประเทศเยอรมนีขณะนี้ ซึ่งนักธุรกิจเยอรมนีอาจตัดสินใจเปลี่ยนแผนการดำเนินธุรกิจ อาจทำให้เยอรมนีไม่สามารถฟื้นตัวจากสภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้อย่างเต็มที่

2. เยอรมนีมีระเบียบข้อบังคับที่เข้มงวดและรัดกุมมากประกอบกับการใช้ภาษาเยอรมันเพื่อการสื่อสารจึงเป็นข้อจำกัดสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยดำเนินธุรกิจทางการค้าการลงทุนไม่สะดวกเท่าที่ควร

3. เยอรมนีมีการตรวจสอบด้านสุขอนามัยสินค้าอาหารอย่างเข้มงวด ทำให้สินค้าไทยโดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหารทะเลไม่ผ่านการตรวจสอบ และมักถูกกีดกันหรือห้ามนำเข้า

1. ทวิภาคี

1.1 มีผลบังคับใช้แล้ว 31 ฉบับ ได้แก่

แอลจีเรีย อาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน แคเมอรูน แคนาดา ชิลี อียิปต์ หมู่เกาะแฟโร จอร์เจีย อิสราเอล อิรัก ญี่ปุ่น จอร์แดน คาซัคสถาน โคโซโว เลบานอน เม็กซิโก มอลโดวา โมร็อกโก ปาเลสไตน์ สิงคโปร์ แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ สวิตเซอร์แลนด์ ตูนิเซีย ยูเครน ประเทศในกลุ่ม Western Balkans (จำนวน 5 ประเทศ ได้แก่ แอลเบเนีย บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา มอนเตเนโกร นอร์ทมาซิโดเนีย และเซอร์เบีย)

1.2 เจรจาเสร็จแล้วแต่ยังไม่บังคับใช้ 1 ฉบับ ได้แก่ เวียดนาม

1.3 อยู่ระหว่างการเจรจา/ระงับการเจรจา 10 ฉบับ ได้แก่ สหรัฐฯ จีน อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เมียนมา

2. ภูมิภาค

2.1 มีผลบังคับใช้แล้ว 7 ฉบับ ได้แก่

กลุ่มประเทศลาตินอเมริกา จำนวน 3 ประเทศ ได้แก่ โคลอมเบีย เปรู และเอกวาดอร์ แอฟริกาตะวันตก จำนวน 2 ประเทศ ได้แก่ โกตดิวัวร์ และกานา อเมริกากลาง จำนวน 5 ประเทศ ได้แก่ เอลซัลวาดอร์ คอสตาริกา กัวเตมาลา ฮอนดูรัส และนิการากัว มหาสมุทรแปซิฟิก จำนวน 4 ประเทศ ได้แก่ ฟิจิ ปาปัวนิวกินี ซามัว และหมู่เกาะโซโลมอน Eastern and Southern Africa (ESA) จำนวน 5 ประเทศ จาก 11 ประเทศ ได้แก่ คอโมโรส มาดากัสการ์ มอริเชียส เซเชลส์ ซิมบับเว Southern African Development Community (SADC) จำนวน 5 ประเทศ ได้ แก่ บอตสวานา เอสวาตีนี เลโซโท โมซัมบิก นามิเบีย Cariforum จำนวน 14 ประเทศ จาก 15 ประเทศ เช่น แอนติกาและบาร์บูดา บาฮามาส และสาธารณรัฐ โดมินิกัน เป็นต้น

2.2 เจรจาเสร็จแล้วแต่ยังไม่บังคับใช้ 4 ฉบับ ได้แก่

กลุ่มประเทศ เมอร์โคซูร์ จำนวน 4 ประเทศ ได้แก่ บราซิล อาร์เจนตินา อุรุกวัย และปารากวัย แอฟริกาตะวันตก จำนวน 14 ประเทศ เช่น เบนิน โตโก และบูร์กินาฟาโซ เป็นต้น ประชาคมแอฟริกาตะวันออก (East African Community - EAC) จำนวน 5 ประเทศ ได้แก่ บุรุนดี เคนยา รวันดา แทนซาเนีย และยูกันดา Cariforum จำนวนที่เหลือ 1 ประเทศ ได้แก่ เฮติ

2.3 อยู่ระหว่างการเจรจา/ระงับการเจรจา 4 ฉบับ ได้แก่

อาเซียน กลุ่มประเทศ Gulf Cooperation Council (GCC) จำนวน 6 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย คูเวต โอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และบาห์เรน แอฟริกากลาง จำนวน 7 ประเทศ เช่น ชาด สาธารณรัฐคองโก และกาบอง เป็นต้น Eastern and South Africa (ESA) จำนวนที่เหลือ 6 ประเทศ ได้แก่ จิบูตี เอธิโอเปีย มาลาวี โซมาเลีย ซูดาน และแซมเบีย

          กระทรวงพาณิชย์.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.moc.go.th

          กระทรวงการต่างประเทศ.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.mfa.go.th

          กรมศุลกากร.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.customs.go.th

          กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.dtn.moc.go.th

          ข้อมูลบริษัทในเยอรมนี.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก https://www.ventureoutsource.com

          Global Trade Atlas.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.gtis.com/gta

     ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (E&E Intelligence Unit: EIU) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก  http://eiu.thaieei.com/Default.aspx

เลขที่ 57 ชั้น 6 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม
ถนน พระสุเมรุ (บางลำภู) เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
โทรศัพท์ : (66) 02-280-7272 อีเมล : contact@ee.mail.go.th
Fax : (66) 02-280-7277, (66) 02-280-7273

Copyright © 2021 Electrical and Electronics Institute. All Rights Reserved