สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)

ข้อมูลพื้นฐาน

ที่ตั้ง                                  ตั้งอยู่ระหว่างทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ ห่างจากจีนแผ่นดินใหญ่ประมาณ 160 ก.ม. (ตรงข้ามมณฑลฝูเจี้ยนของจีน) ประกอบด้วยเกาะหลักๆ ได้แก่ เกาะสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) หมู่เกาะเผิงหู (Penghu) จินเหมิน (Kinmen) และหมาจู่ (Matsu) และเกาะเล็กเกาะน้อยอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์อยู่ระหว่างละติจูดที่ 23 30 องศาเหนือ ลองติจูดที่ 121 00 องศาตะวันออก

พื้นที่                                 36,189 ตารางกิโลเมตร

ภูมิประเทศ                          พื้นที่ของเกาะมีลักษณะทอดยาวจากเหนือลงใต้ มีแนวภูเขาอยู่บริเวณตรงกลางของเกาะ เนื้อที่ 2 ใน 3 ของเกาะสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) เป็นภูเขา และมีพื้นที่ราบ 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมดของเกาะ ภูเขาที่สูงที่สุดของเกาะมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 3,990 เมตร นอกจากนี้ยังมีหมู่เกาะเผิงหู (Penghu) เกาะจินเหมิน (kimmen) เกาะหมาจู่ (matsu) และเกาะเล็กเกาะน้อยอีกจำนวนหนึ่ง

อาณาเขตติดต่อ                     ติดกับทะเลจีน ตะวันออก (the East China Sea) ทะเลฟิลิปปินส์ (Philippine Sea) ทะเลจีนใต้ (South China Sea) ช่องแคบสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) (Taiwan Strait) ตอนเหนือของฟิลิปปินส์ และชายฝั่งด้านตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน

ภูมิอากาศ                           เกาะสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ตั้งอยู่ระหว่างเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน จึงมีลักษณะภูมิอากาศแบบเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน เนื่องจากถูกล้อมรอบด้วยทะเล จึงได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม ทำให้ที่นี่อากาศเย็นสบาย ไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 22 องศาเซลเซียสต่อปี (ไม่รวมพื้นที่ๆ อยู่บนยอดเขาสูง) อาจมีหิมะในพื้นที่ๆ อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 3,000 เมตร ขึ้นไป มีฝนตกชุกและมีพายุพัดผ่านบ่อยครั้ง

เมืองหลวง                          ไทเป

เมืองสำคัญ                          เกาสง, จีหลง, ไทจง, ซินจู๋

เวลา                                 เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง

ประชากร                            ประมาณ 23.59 ล้านคน (ก.ค.2019)

ภาษาราชการ                       ภาษาจีนกลาง

สกุลเงิน                              ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (TWD)

GDP (US$bn)                     626.722 (ปี 2019)

GDP per capita (US$)          26,517.602 (ปี 2019)

GDP Growth (%)                 2.36 (ปี 2019)

Inflation (%)                      1.3 (ปี 2019)

ยุทธศาสตร์

1) ส่งเสริมธุรกิจบริการ อาทิ ธุรกิจที่เชื่อมกับการท่องเที่ยว ธุรกิจ สร้างสรรค์ Content & Characters ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ ธุรกิจ Food Services

2) ส่งเสริม SMEs สู่ Niche Market ต่างๆ เชื่อมโยงสินค้า GI ที่มีศักยภาพเข้าสู่ Modern Trade

3) สร้างภาพลักษณ์สินค้าและบริการของไทย

 

กิจกรรมส่งเสริมการค้างบประมาณปี 2563

1) กิจกรรมส่งเสริมภาพยนตร์ไทยในสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ร่วมกับเทศกาลภาพยนตร์ Taipei Golden Horse Film Festival

2) งานแสดงสินค้า Taipei International Book Exhibition (TIBE) 2020

ตาราง มูลค่าการค้ารวมของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)

การค้า

มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

  2017

2018

2019

Change

2018/2017

Change

2019/2018

การค้ารวม

548,978

591,729

591,471

7.79

-0.04

การส่งออก

292,008

307,787

305,067

5.40

-0.88

การนำเข้า

256,970

283,942

286,404

10.50

0.87

ที่มา: Global Trade  Atlas

 

ในปี 2019 สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) มีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศรวม 591,471 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยแบ่งออกเป็นมูลค่าการส่งออกเท่ากับ 305,067 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าส่งออก ได้แก่ เครื่องจักร เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์พลาสติกและของที่ทําด้วยพลาสติก เป็นต้น ตลาดส่งออกหลักที่สำคัญ อาทิ ตลาดจีน  สหรัฐอเมริกา และฮ่องกง เป็นต้น ด้านการนำเข้าคิดเป็นมูลค่า 286,404 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องจักร เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า เชื้อเพลิงที่ได้จากแร่ น้ำมันแร่ และเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เป็นต้น โดยมีจีน ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา เป็นแหล่งนำเข้าที่สำคัญ

ตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) 10 อันดับแรก ปี 2019

สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) นำเข้าจากประเทศคู่ค้า

10 อันดับแรก ปี 2019

ประเทศ

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

ส่วนแบ่งตลาด (%)

+/- (%)

1.จีน

34,494

38.56

15.80

2.ญี่ปุ่น

10,930

12.22

-2.97

3.เกาหลีใต้

9,145

10.22

-10.09

4.มาเลเซีย

5,479

6.12

40.13

5.สหรัฐอเมริกา

5,354

5.98

-3.37

6.สิงคโปร์

3,725

4.16

-13.16

7.เวียดนาม

2,836

3.17

105.53

8.เยอรมนี

1,855

2.07

-7.80

9.ไทย

1,727

1.93

-1.74

10.ฟิลิปปินส์

1,497

1.67

-12.31

ที่มา: Global Trade  Atlas

 

จากตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) 10 อันดับแรก ปี 2019 พบว่า สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) นำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากจีนมากเป็นอันดับ 1 มูลค่า 34,494 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 38.56 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) นำเข้าจากจีน เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ และ Mobile Telephone เป็นต้น อันดับ 2 คือ ญี่ปุ่น สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)นำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากญี่ปุ่น มูลค่า 10,930 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 12.22 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) นำเข้าจากญี่ปุ่น เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า และวงจรพิมพ์ (Printed Circuit) เป็นต้น และอันดับ 3 คือ เกาหลีใต้ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) นำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากเกาหลีใต้ มูลค่า 9,145 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 10.22 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) นำเข้าจากเกาหลีใต้ เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) วงจรพิมพ์ (Printed Circuit) และอุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ในขณะที่ไทยเป็นประเทศอันดับ 9 ที่สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) นำเข้าสินค้า โดยมีมูลค่า 1,727 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 1.93 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) นำเข้าจากไทย เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ และส่วนประกอบเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น

ตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) 10 อันดับแรก ปี 2019

สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ส่งออกไปยังประเทศคู่ค้า          

10 อันดับแรก ปี 2019

ประเทศ

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

ส่วนแบ่งตลาด (%)

+/- (%)

1.จีน

44,601

28.82

4.65

2.ฮ่องกง

30,119

19.47

2.75

3.สหรัฐอเมริกา

20,501

13.25

43.36

4.สิงคโปร์

13,693

8.85

10.20

5.ญี่ปุ่น

9,443

6.10

7.98

6.เกาหลีใต้

8,270

5.34

5.78

7.มาเลเซีย

5,649

3.65

-12.44

8.ฟิลิปปินส์

2,967

1.92

-10.72

9.เยอรมนี

2,933

1.90

-9.46

10.เนเธอร์แลนด์

2,487

1.61

-1.97

ที่มา: Global Trade  Atlas

 

การส่งออกชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ในปี 2019 สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ส่งออกไปยังจีนมากเป็นอันดับ 1 โดยมีมูลค่า 44,601 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 28.82 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ส่งออกไปยังจีน เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) ส่วนประกอบเครื่องรับโทรทัศน์(สายอากาศ,ตู้วิทยุหรือโทรทัศน์) และเทปแม่เหล็กและจานแม่เหล็ก,แผ่น CD สำหรับบันทึกเสียง,ภาพ เป็นต้น อันดับ 2 คือ ฮ่องกง สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ส่งออกไปยังฮ่องกง มูลค่า 30,119 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 19.47 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ส่งออกไปยังฮ่องกง เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ และเทปแม่เหล็กและจานแม่เหล็ก,แผ่น CD สำหรับบันทึกเสียง,ภาพ เป็นต้น และอันดับ 3 คือ สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา มูลค่า 20,501 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 13.25 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา เช่น อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการส่งหรือการรับ เปลี่ยนเสียง ภาพ และเครื่องคอมพิวเตอร์ครบชุด,Notebook, เป็นต้น ในขณะที่สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปยังไทยมากเป็นอันดับที่ 11 โดยมีมูลค่า 1,731ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 1.12 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ส่งออกไปยังไทย เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) วงจรพิมพ์ (Printed Circuit) และเทปแม่เหล็กและจานแม่เหล็ก,แผ่น CD สำหรับบันทึกเสียง,ภาพ เป็นต้น


ตาราง มูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 10 อันดับแรกที่ไทยนำเข้าจากสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)

       

ผลิตภัณฑ์

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2017

2018

2019

2018

2019

1.วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit)

3,013.04

3,410.81

3,471.87

13.20

1.79

2.อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์

68.51

90.81

82.76

32.55

-8.86

3.วงจรพิมพ์ (Printed Circuit)

110.36

101.69

80.24

-7.86

-21.09

4.เทปแม่เหล็กและจานแม่เหล็ก,แผ่น CD

70.84

86.02

72.52

21.43

-15.69

5.ไดโอด ทรานซิสเตอร์ กลอุปกรณ์กึ่ง

60.11

56.87

49.03

-5.39

-13.79

6.เครื่องอุปกรณ์สำหรับการส่งหรือการรับเสียง ภาพ

34.98

44.83

47.24

28.16

5.38

7.เครื่องอุปกรณ์สําหรับป้องกันวงจรไฟฟ้า

41.78

46.19

46.16

10.56

-0.06

8.ตัวเก็บประจุไฟฟ้า(Capacitor) ,ตัวต้านทานไฟฟ้า

32.05

70.51

35.35

120.00

-49.87

9.แผงสวิตซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า

50.70

49.37

31.42

-2.62

-36.36

10.ส่วนประกอบของเครื่องส่ง/เครื่องรับวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์

108.77

40.37

28.51

-62.88

-29.38

รวมมูลค่านำเข้าทั้งหมด

3,869.33

4,263.75

4,206.32

10.19

-1.35

ที่มา: ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ )E&E Intelligence Unit: EIU) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

 

จากตารางมูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยจากสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) 10 อันดับแรก แสดงให้เห็นว่า ในปี 2019 ไทยนำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) คิดเป็นมูลค่านำเข้าทั้งหมด 4,206.32 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการหดตัวร้อยละ 1.35 โดยสินค้านำเข้าอันดับ 1 ได้แก่ วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) โดยมีมูลค่าการนำเข้า 3,471.87 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 1.79 อันดับ 2 ได้แก่ อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยมีมูลค่าการนำเข้า 82.76 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการหดตัวร้อยละ 8.86 และสินค้าที่ไทยนำเข้าจากสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) มากเป็นอันดับ 3 ได้แก่ วงจรพิมพ์ (Printed Circuit) โดยมีมูลค่า 80.24 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการหดตัวร้อยละ 21.09

ตาราง มูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 10 อันดับแรกที่ไทยส่งออกไปยังสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)

                

ผลิตภัณฑ์

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2017

2018

2019

2018

2019

1.วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit)

568.39

506.69

471.41

-10.86

-6.96

2.เครื่องปรับอากาศ

190.65

233.46

221.88

22.45

-4.96

3.อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์

157.48

129.61

149.67

-17.70

15.48

4.แผงสวิตซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า

31.12

37.94

39.60

21.92

4.38

5.ตัวเก็บประจุไฟฟ้า(Capacitor),ตัวต้านทานไฟฟ้า

54.73

57.20

39.41

4.51

-31.10

6.เครื่องโทรศัพท์ และอุปกรณ์

33.48

40.68

38.36

21.51

-5.70

7.ไดโอด ทรานซิสเตอร์ กลอุปกรณ์กึ่งตัวนํา

40.56

38.38

31.83

-5.37

-17.07

8.เครื่องเปลี่ยนไฟฟ้า

14.34

21.28

29.72

48.40

39.66

9.เครื่องซักผ้า

19.6

23.66

25.23

20.71

6.64

10.ตู้เย็น ใช้ตามบ้านเรือน

18.28

14.30

23.10

-21.77

61.54

รวมมูลค่าส่งออกทั้งหมด

1,296.32

1,298.14

1,274.93

0.14

-1.79

ที่มา: ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ )E&E Intelligence Unit: EIU) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

 

จากตารางมูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยไปยังสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) 10  อันดับแรก แสดงให้เห็นว่า ในปี 2019 ไทยส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปยังสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) คิดเป็นมูลค่าส่งออกทั้งหมด 1,274.93 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการหดตัวร้อยละ 1.79 โดยสินค้าส่งออกอันดับ 1 ได้แก่ วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) มีมูลค่าการส่งออก 471.41 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการหดตัวร้อยละ 6.96 สินค้าส่งออกอันดับ 2 ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ มีมูลค่าการส่งออก 221.88 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการหดตัวร้อยละ 4.96 และสินค้าส่งออกอันดับ 3 ได้แก่ อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ มีมูลค่าการส่งออก 149.67 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 15.48

วิเคราะห์ จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ของประเทศสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)

จุดแข็ง (Strength)

1. มีระบบเศรษฐกิจที่มั่นคง การขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ดี และจากการที่รัฐบาลดำเนินนโยบายเป็นมิตรกับจีนแผ่นดินใหญ่ส่งผลให้การติดต่อธุรกิจราบรื่นมากยิ่งขึ้นผู้ประกอบการไทยสามารถอาศัยสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) เป็นทางผ่านในการเข้าสู่ตลาดจีนได้ง่ายขึ้น

2. มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

3. มีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีและการวิจัย

4. มีผู้ประกอบการ SMEs เป็นจำนวนมาก

จุดอ่อน (Weakness)

1. ไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตโดยตรง

2. แม้รัฐบาลชุดปัจจุบันจะมีนโยบายสร้างความสัมพันธ์กับจีนแต่ก็ยังคงมีปัญหาในระดับประเทศอยู่ ทำให้ประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนต้องให้ความระมัดระวังในการเจริญสัมพันธ์ด้วย นอกจากนี้การตัดสินใจใดๆของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ในการเปลี่ยนแปลงสถานะของประเทศ อาจก่อให้เกิดปัญหาด้านความมั่นคงในเอเชียแปซิฟิคได้

3. ใช้มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (NTB) กับสินค้าเกษตรจำนวนมาก

4. ไม่ได้รับโอกาสให้เข้าร่วมการจับกลุ่มทางการค้า เช่น การทำเขตการค้าเสรี ASEAN+3 ทำให้สูญเสียโอกาสในการเข้าร่วมธุรกิจและขาดสิ่งอำนวยความสะดวกทางการค้า

5. ผู้ประกอบการบางส่วนยังคงใช้แต่ภาษาจีนในการติดต่อธุรกิจ

โอกาส (Opportunity)

1. ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้การผลิตและการบริโภคต้องพึ่งพาการนำเข้า

2. ประชาชนนิยมจับจ่ายใช้สอย

3. มีแรงงานไทยและอาเซียนเข้ามาทำงาน โดยเฉพาะแรงงานไทยที่มีมากกว่าหกหมื่นคน และแรงงานไทยยังคงมีความต้องการบริโภคสินค้าไทย

4. มีธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเป็นจำนวนมากทำให้สามารถจับคู่ทางธุรกิจกับผู้ส่งออกไทยได้ง่าย

5. มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยเป็นจำนวนมากในแต่ละปีทำให้ผู้บริโภคมีความคุ้นเคยและรู้จักสินค้าไทยเป็นอย่างดี

6. มีการติดต่อธุรกิจกับไทยเป็นเวลายาวนานและไม่ค่อยมีกรณีพิพาททางการค้า

อุปสรรค (Threats)

1. มักนำมาตรการกีดกันทางการค้ามาเป็นเครื่องมือเพื่อต่อรองทางการเมือง

2. มีอุปสรรคในการติดต่อเจรจากับภาครัฐ

3. ตลาดเล็ก มีการแข่งขันด้านราคาสูงทำให้ผู้นำเข้าต้องหันมากดราคาจากผู้ส่งออก

4. มีธุรกิจขนาดกลางและย่อมเป็นจำนวนมากทำให้การสั่งซื้อแต่ละครั้งไม่ใช่ยอดที่สูงมากนัก

5. มีปัญหาด้านการลอกเลียนแบบสินค้า

6. มีคู่แข่งในสินค้าเดียวกันมาก เช่น จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย

7. นักธุรกิจคุ้นเคยกับสินค้าไทยมากจนสามารถ มาตั้งบริษัทเป็นผู้ส่งออกได้เองในไทย

8. ผู้บริโภคสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ส่วนใหญ่เห็นว่าสินค้าไทยเป็นของราคาถูก

การลงทุนของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)

ในปี 2018 ที่ผ่านมา สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) มีการลงทุนจากต่างชาติ มูลค่า 6,998 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และออกไปลงทุนในต่างประเทศ 18,024 ล้านเหรียญสหรัฐ

 

ตาราง มูลค่าการลงทุนจากต่างชาติของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)

Foreign Direct Investment

2016

2017

2018

FDI inflows (Millions of dollars)

9,261

3,291

6,998

FDI outflows (Millions of dollars)

17,946

11,552

18,024

FDI inward stock (Millions of dollars)

75,012

86,820

100,943

FDI outward stock (Millions of dollars)

320,933

321,453

339,678







ที่มา: UNCTAD, 2019

แนวโน้มเศรษฐกิจ/การค้า/การลงทุน

สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) มีความเชี่ยวชาญทั้งในภาคเกษตรและประมง รวมถึงภาคอุตสาหกรรม โดยสินค้าที่สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) มีความเชี่ยวชาญมากได้แก่ กล้วยไม้ ปลาแช่เย็นแช่แข็ง จักรยาน เครื่องจักรกล เซมิคอนดักเตอร์ ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ จอ LCD /LED หลอด LED อุปกรณ์ทางแสง Navigation System และชิ้นส่วนยานยนต์ ถึงแม้จะมีแบรนด์สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ในระดับโลกไม่มากนัก เช่น ACER ASUS HTC GIANT เป็นต้น แต่สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) มีส่วนแบ่งตลาดสินค้าในอุตสาหกรรมดังกล่าว เป็นลำดับต้นๆ ของโลก

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.ditp.go.th

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.dtn.go.th

Global Trade Atlas.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.gtis.com/gta

ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (EIU).(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก  eiu.thaieei.com

เลขที่ 57 ชั้น 6 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม
ถนน พระสุเมรุ (บางลำภู) เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
โทรศัพท์ : (66) 02-280-7272 อีเมล : contact@ee.mail.go.th
Fax : (66) 02-280-7277, (66) 02-280-7273

Copyright © 2021 Electrical and Electronics Institute. All Rights Reserved