สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

ข้อมูลพื้นฐาน

อาเซียน                              เป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งอาเซียนเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2510

ชื่อเต็ม                               สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia)

ที่ตั้ง                                  สาธารณรัฐอินโดนีเซีย มีตำแหน่งที่ตั้งอยู่ระหว่างละติจูด 5 องศา 54 ลิปดาเหนือ 11 องศาใต้ และระหว่างลองจิจูด 95 องศา 01 ลิปดา-141 องศา 02 ลิปดาตะวันออก เป็นหมู่เกาะในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรอินเดีย และระหว่างทวีปเอเชียกับออสเตรเลีย

พื้นที่                                 1,811,570 ตารางกิโลเมตร

ภูมิอากาศ                           ภูมิอากาศมีลักษณะผสมผสาน และเปลี่ยนแปลงไปตามภูมิประเทศ เนื่องจากประเทศมีลักษณะเป็นหมู่เกาะโดยทั่วไปมีอากาศร้อนชื้นแบบศูนย์สูตรแบ่งเป็น 2 ฤดู คือ

1. ฤดูแล้ง ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม

2. ฤดูฝน ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน

เมืองหลวง                           กรุงจาการ์ตา (Jakarta)

เมืองสำคัญ                          สุราบายา ยอกยาการ์ตา เมดาน เรียว แจมบี ปาเลมบัง เดนปาซาร์

เวลา                                 เวลาในอินโดนีเซียแบ่งเป็น 3 เขตเวลา โดยเขตตะวันตกเวลาเทียบเท่ากับประเทศไทย เขตกลางเวลาเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง และเขตตะวันออกเวลาเร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง

ประชากร                           อินโดนีเซียมีประชากรประมาณ 267.03 ล้านคน (ปี 2020)

ศาสนา                               ศาสนาอิสลาม (87.2%) ศาสนาคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ (7%) ศาสนาคริสต์นิกายโรมันแคทอลิก (2.9%) ศาสนาฮินดู (1.7%)

ภาษา                                ภาษา Bahasa Indonesia

การปกครอง                         ประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข

วันสถาปนาความสัมพันธ์กับไทย    7 มีนาคม 1950

สกุลเงิน                              รูเปีย” (Rupiah) อัตราแลกเปลี่ยน 1 THB  444.43 IDR (ก.ค.2021)

GDP (US$bn)                      1,088.8 (ปี 2020)

GDP Per Capita (US$)            4,038.4 (ปี 2020)

GDP Growth (%)                  -1.5 (ปี 2020)

Inflation (%)                        2.1 (ปี 2020)

นโยบายด้านการค้าต่างประเทศ

รัฐบาลอินโดนีเซียยังคงมุ่งเน้นการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ และการลงทุนจากต่างประเทศการดำเนินการพัฒนาประเทศตามแผนแม่บทเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจปี 2554-2568 (Master Plan for Acceleration and Expansion of Indonesia’s Economic Development: MP3EI) ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาแห่งชาติระยะกลางปี 2553-2557 และแผนพัฒนาแห่งชาติระยะยาวปี 2548-2568 เพื่อเพิ่มและขยายการพัฒนาเศรษฐกิจอินโดนีเซียให้สามารถพึ่งพาตนเองได้และมีความก้าวหน้า รวมทั้งนโยบายการกระจายตลาดไปในภูมิภาคต่างๆ การส่งเสริมการส่งออก การบริโภคภายในประเทศ การส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ เพื่อสนับสนุนแผน MP3EI โดยการแก้ไขกฎระเบียบด้านการลงทุน การออกมาตรการภาษีเพื่อเอื้อและจูงใจนักลงทุนต่างชาติและการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมการผลิตภายในประเทศเพื่อทดแทนการนำเข้าโดยการกำหนดสาขาเป้าหมายที่ให้ความสำคัญและให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม รวมทั้งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความมั่นคงด้านอาหาร ความมั่นคงด้านพลังงาน และส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยอินโดนีเซียตั้งเป้าหมายที่จะก้าวเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นลำดับที่ 1 ใน 10 ของโลกในปี 2568 และเป็นลำดับที่ 1 ใน 6 ในปี 2593 อินโดนีเซียตั้งเป้าจะเป็นศูนย์ประมงเชิงพาณิชย์ และยังมีเป้าหมายที่จะรักษาการเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันปาล์มดิบมากที่สุดในโลก โดยการเพิ่มคุณภาพและผลผลิตปาล์มน้ำมัน อีกทั้งตั้งเป้าจะเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางด้านอาหารและเป็นหนึ่งในครัวโลก

ยุทธศาสตร์/กิจกรรม

ยุทธศาสตร์การค้าระหว่างประเทศ (ตลาดอาเซียน)

1. Branding: รักษา Brand Momentum ส่งเสริมและรักษาภาพลักษณ์สินค้าและบริการของไทย ให้เป็นที่ยอมรับและนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยการประชาสัมพันธ์เชิงรุกผ่านสื่อออนไลน์และออฟไลน์ และงานแสดงสินค้าอื่นๆ ที่ไทยเข้าร่วม

2. สนับสนุน SMEs from Local to Global

2.1 ส่งเสริมให้ SMEs ไทยมีโอกาสเปิดตลาดสินค้าในอาเซียนมากขึ้น ผ่านการพัฒนาศักยภาพทั้งสินค้าและผู้ประกอบการ พร้อมทั้งเข้าร่วมงานแสดงสินค้า Top Thai Brands, Mini Thailand Week และผ่านช่องทางการขายสินค้าออนไลน์ที่ได้รับความนิยมในแต่ละประเทศ

2.2 Strategic Partnership for MSMEs

- สร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับกลุ่มนักธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญทางเศรษฐกิจการค้าการลงทุนในอนาคตในแต่ละประเทศ เช่น กลุ่ม Super Rich และกลุ่ม Young Executives ในกรอบความร่วมมือ ACMECS และกลุ่ม Startups ในสิงคโปร์

- สร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานภาครัฐ สมาคมการค้ารายใหม่ๆ กลุ่มธุรกิจใหม่ๆ ที่มีบทบาทมากขึ้นเพื่อขยายการค้าการลงทุนของไทย

3. ขยายความร่วมมือทางการค้าในโอกาสการเป็นประธานอาเซียน

4. ส่งเสริมการส่งออกสินค้าใหม่ๆ ส่งเสริมการส่งออกสินค้านวัตกรรมต่างๆ ที่ไทยได้พัฒนาขึ้นมาใหม่ในยุค Digital Economy

5. บุกเจาะตลาดเมืองรอง: ดาเวา เซบู ของฟิลิปปินส์ เสียมราฐของกัมพูชา สุราบายา ของอินโดนีเซีย ซาบาห์ ซาราวักของมาเลเซีย มัณฑะเลย์และตองยีของเมียนมา ฯลฯ

กิจกรรมส่งเสริมการตลาด (ปีงบประมาณ 2564)

- โครงการส่งเสริมการขายผ่านช่องทางการค้าปลีกสมัยใหม่ (ม.ค-มิ.ย. 64)

ตาราง มูลค่าการค้ารวมของอินโดนีเซีย

การค้า

มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2018

2019

2020

2019/2018

2020/2019

การส่งออก

180,215

167,003

163,306

-7.33

-2.21

การนำเข้า

187,917

170,388

141,622

-9.33

-16.88

การค้ารวม

368,132

337,391

304,928

-8.35

-9.62

  ที่มา: Global Trade Atlas

 

ในปี 2020 อินโดนีเซียมีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศรวม 304,928 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยแบ่งออกเป็นมูลค่าการส่งออกเท่ากับ 163,306 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าส่งออก ได้แก่ เชื้อเพลิงที่ได้จากแร่ น้ำมันแร่ สารบิทูมินัส ไขมันและน้ำมันที่ได้จากสัตว์หรือพืช และเหล็กและเหล็กกล้า เป็นต้น ตลาดส่งออกหลักที่สำคัญ อาทิ จีนสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น เป็นต้น ด้านการนำเข้าคิดเป็นมูลค่า 141,622 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ และเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า และเชื้อเพลิงที่ได้จากแร่ น้ำมันแร่ สารบิทูมินัส เป็นต้น โดยมีจีน สิงคโปร์  ญี่ปุ่น เป็นแหล่งนำเข้าที่สำคัญ


ตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของอินโดนีเซีย 10 อันดับแรก ปี 2020

อินโดนีเซียส่งออกไปยังประเทศคู่ค้า 10 อันดับแรก ปี 2020

ประเทศ

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

ส่วนแบ่งตลาด (%)

+/- (%)

1.สหรัฐอเมริกา

2,346

19.85

69.58

2.สิงคโปร์

2,044

17.29

13.69

3.ญี่ปุ่น

1,649

13.95

-0.03

4.จีน

510

4.31

31.49

5.ไทย

495

4.19

-8.43

6.เกาหลีใต้

462

3.91

12.24

7.เยอรมนี

441

3.73

8.96

8.ฮ่องกง

436

3.69

8.40

9.เวียดนาม

415

3.51

-13.66

10.มาเลเซีย

390

3.30

-7.04

ที่มา: Global Trade Atlas

 

การส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของอินโดนีเซีย ในปี 2020 อินโดนีเซียส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกามากเป็นอันดับ 1 โดยมีมูลค่า 2,346 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 19.85 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่อินโดนีเซียส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา เช่น อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการส่งหรือการรับ เปลี่ยนเสียง ภาพ อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ และวงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit)เป็นต้น อันดับ 2 คือ สิงคโปร์ อินโดนีเซียส่งออกไปยังสิงคโปร์ มูลค่า 2,044 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 17.29 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่อินโดนีเซียส่งออกไปยังสิงคโปร์ เช่น ตัวเก็บประจุไฟฟ้า (CAPACITOR),Resistor อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ และเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า เป็นต้น และอันดับ 3 คือ ญี่ปุ่น อินโดนีเซียส่งออกไปยังญี่ปุ่น มูลค่า 1,649 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 13.95 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่อินโดนีเซียส่งออกไปยังญี่ปุ่น เช่น สายไฟ ชุดสายไฟ อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ และวงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) เป็นต้น ในขณะที่อินโดนีเซียส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปยังไทยมากเป็นอันดับที่ 5 โดยมีมูลค่า 495 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 4.19 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่อินโดนีเซียส่งออกไปยังไทย เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) เครื่องรับโทรทัศน์สี สายไฟ ชุดสายไฟ เป็นต้น


ตาราง มูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 10 อันดับแรกที่ไทยนำเข้าจาก

               อินโดนีเซีย

 

ผลิตภัณฑ์

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2018

2019

2020

2019

2020

1.เครื่องรับโทรทัศน์สี

156.45

131.36

114.35

-16.04

-12.95

2.เครื่องพิมพ์ เครื่องทำสำเนา และส่วนประกอบ

66.44

57.69

64.20

-13.17

11.28

3.มอเตอร์ไฟฟ้า

69.08

65.57

54.61

-5.08

-16.71

4.เครื่องคอมเพรสเซอร์ของเครื่องทำความเย็น และส่วนประกอบ

60.11

58.68

45.28

-2.38

-22.84

5.เครื่องอุปกรณ์สําหรับป้องกันวงจรไฟฟ้าและส่วนประกอบ

45.71

42.02

34.89

-8.07

-16.97

6.ตัวเก็บประจุไฟฟ้า (Capacitor), ตัวต้านทานไฟฟ้า

29.17

25.59

32.37

-12.27

26.49

7.เครื่องโทรศัพท์ และอุปกรณ์

0.02

0.77

27.96

3,750.00

3,531.17

8.แผงสวิตซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า

22.26

25.47

27.17

14.42

6.67

9.ตู้เย็น

13.93

21.47

26.21

54.13

22.08

10.สายไฟฟ้า ชุดสายไฟ

44.75

49.11

23.32

9.74

-52.51

รวมมูลค่าการนำเข้าทั้งหมด

744.29

717.68

627.42

-3.58

-12.58

ที่มา: ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ )E&E Intelligence Unit: EIU) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

 

จากตารางมูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยจากอินโดนีเซีย 10  อันดับแรก ในปี 2020 แสดงให้เห็นว่า ไทยนำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากอินโดนีเซีย อันดับ 1 ได้แก่ เครื่องรับโทรทัศน์สี โดยมีมูลค่าการนำเข้า 114.35 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการหดตัวร้อยละ 12.95 อันดับ 2 ได้แก่ เครื่องพิมพ์ เครื่องทำสำเนา และส่วนประกอบ โดยมีมูลค่าการนำเข้า 64.20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 11.28 และสินค้าที่ไทยนำเข้าจากอินโดนีเซียมากเป็นอันดับ 3 ได้แก่ มอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีมูลค่า 54.61 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการหดตัวร้อยละ 16.71 แต่สินค้าที่น่าจับตามองมากที่สุด ได้แก่ เครื่องโทรศัพท์ และอุปกรณ์ เนื่องจากมีอัตราการขยายตัวมากถึงร้อยละ 3,531.17 มีมูลค่า 27.96 ล้านเหรียญสหรัฐฯ


ตาราง มูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 10 อันดับแรกที่ไทยส่งออกไป

ยังอินโดนีเซีย

 

ผลิตภัณฑ์

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2018

2019

2020

2019

2020

1.เครื่องปรับอากาศ

246.27

258.71

178.82

5.05

-30.88

2.เครื่องอุปกรณ์สําหรับป้องกันวงจรไฟฟ้าและส่วนประกอบ

82.78

84.17

52.70

1.68

-37.39

3.ตลับลูกปืนเครื่องอิเล็กทรอนิกส์

71.35

72.44

42.06

1.53

-41.94

4.เครื่องซักผ้า

44.50

32.89

36.16

-26.09

9.94

5.ตู้เย็น

32.60

32.13

33.08

-1.44

2.96

6.วงจรพิมพ์ (Printed Circuit)

32.85

34.57

32.21

5.24

-6.83

7.ส่วนประกอบเครื่องปรับอากาศ

47.66

45.94

27.74

-3.61

-39.62

8.เครื่องส่ง-เครื่องรับวิทยุ โทรเลข วิทยุโทรศัพท์ เครื่องเรดาห์

25.12

25.82

21.39

2.79

-17.16

9.เครื่องพิมพ์ เครื่องทำสำเนา และส่วนประกอบ

12.50

30.11

18.67

140.88

-37.99

10.เครื่องรับวิทยุกระจายเสียง

49.65

52.32

18.12

5.38

-65.37

รวมมูลค่าการส่งออกทั้งหมด

1,017.62

1,049.83

739.33

3.17

-29.58

ที่มา: ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ )E&E Intelligence Unit: EIU) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

จากตารางมูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยไปยังอินโดนีเซีย 10  อันดับแรก ในปี 2020 แสดงให้เห็นว่า ไทยส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปยังอินโดนีเซีย อันดับ 1 ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ มีมูลค่าการส่งออก 178.82 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการหดตัวร้อยละ 30.88 สินค้าส่งออกอันดับ 2 ได้แก่ เครื่องอุปกรณ์สําหรับป้องกันวงจรไฟฟ้าและส่วนประกอบ มีมูลค่าการส่งออก 52.70 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการหดตัวร้อยละ 37.39 และสินค้าส่งออกอันดับ 3 ได้แก่ ตลับลูกปืนเครื่องอิเล็กทรอนิกส์มีมูลค่าการส่งออก 42.06 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการหดตัวร้อยละ 41.94


ตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของอินโดนีเซีย 10 อันดับแรก ปี 2020

อินโดนีเซียนำเข้าจากประเทศคู่ค้า 10 อันดับแรก ปี 2020

ประเทศ

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

ส่วนแบ่งตลาด (%)

+/- (%)

1.จีน

11,983

50.00

-1.77

2.สิงคโปร์

2,040

8.51

-0.43

3.ไต้หวัน

1,492

6.23

74.76

4.ญี่ปุ่น

1,284

5.36

-30.94

5.เกาหลีใต้

1,013

4.23

-8.60

6.มาเลเซีย

904

3.77

3.74

7.ไทย

862

3.60

-30.52

8.เวียดนาม

845

3.53

-7.97

9.ฮ่องกง

707

2.95

-29.76

10.สหรัฐอเมริกา

547

2.28

0.28

ที่มา: Global Trade Atlas

 

จากตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของอินโดนีเซีย 10 อันดับแรก ปี 2020 พบว่า อินโดนีเซียนำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากจีนมากเป็นอันดับ 1 มูลค่า 11,983 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 50 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่อินโดนีเซียนำเข้าจากจีน เช่น ส่วนประกอบเครื่องรับโทรทัศน์ (สายอากาศ,ตู้วิทยุหรือโทรทัศน์) เครื่องคอมพิวเตอร์ ครบชุด,Notebook,palm และอุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น อันดับ 2 คือ สิงคโปร์ อินโดนีเซียนำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากสิงคโปร์ มูลค่า 2,040 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 8.51 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่อินโดนีเซียนำเข้าจากสิงคโปร์ เช่น เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) และตัวเก็บประจุไฟฟ้า (CAPACITOR),Resistor เป็นต้น และอันดับ 3 คือ ไต้หวัน อินโดนีเซียนำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากไต้หวัน มูลค่า 1,492 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 6.23 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่อินโดนีเซียนำเข้าจากไต้หวัน เช่น ส่วนประกอบเครื่องรับโทรทัศน์(สายอากาศ,ตู้วิทยุหรือโทรทัศน์) วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) และไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ เป็นต้น ในขณะที่ไทยเป็นประเทศอันดับ 7 ที่อินโดนีเซียนำเข้าสินค้า โดยมีมูลค่า 862 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 3.60 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่อินโดนีเซียนำเข้าจากไทย เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) เครื่องปรับอากาศ เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า เป็นต้น

การลงทุนของอินโดนีเซีย

ในปี 2020 ที่ผ่านมา อินโดนีเซียมีการลงทุนจากต่างชาติ มูลค่า 18,581 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และออกไปลงทุนในต่างประเทศ 4,467 ล้านเหรียญสหรัฐ

ตาราง มูลค่าการลงทุนจากต่างชาติของอินโดนีเซีย

Foreign Direct Investment

2018

2019

2020

FDI inflows (Millions of dollars)

20,563

23,883

18,581

FDI outflows (Millions of dollars)

8,053

3,352

4,467

FDI inward stock (Millions of dollars)

226,335

232,614

240,477

FDI outward stock (Millions of dollars)

72,279

78,817

88,207








ที่มา: UNCTAD, 2021

โอกาสและลู่ทางขยายการค้าการลงทุน

1) เป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยมีประชากรประมาณ 267 ล้านคน

2) จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้มีความต้องการอาหารและเครื่องดื่มจำนวนมาก อุตสาหกรรม

อาหารและเครื่องดื่มจึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนในระยะยาว และเนื่องจากอินโดนีเซียต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเป็นจำนวนมาก เช่น น้ำตาลทราย เกลือ และอื่นๆ จึงเป็นโอกาสของผู้ส่งออกไทยในการส่งออกวัตถุดิบอาหาร

3) ชาวอินโดนีเซียวัยหนุ่มสาวเริ่มให้ความสนใจกับการซื้อสินค้าผ่านร้านค้าออนไลน์ และผู้บริโภคใน

เมืองใหญ่ของอินโดนีเซียนิยมใช้บัตรเครดิตมากขึ้น รวมถึงเริ่มมีความนิยมในการสั่งซื้อสินค้าและชำระเงินออนไลน์

4) อินโดนีเซียมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการใช้งบประมาณภาครัฐ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้าง

พื้นฐาน โดยการปรับลดการอุดหนุนราคาน้ำมัน และนำเงินส่วนต่างมากระตุ้นเศรษฐกิจในภาคส่วนที่เป็นพื้นฐาน

ในการพัฒนาประเทศ เช่น โครงสร้างพื้นฐาน การสาธารณสุข และการศึกษา จึงเป็นโอกาสที่ดีของไทยในการ

ลงทุนในอุตสาหกรรมก่อสร้างและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง

5) การทำธุรกิจกับอินโดนีเซีย ควรเป็น Joint Venture โดยร่วมทุนกับนักธุรกิจของอินโดนีเซีย และควรมี

ตลาด/ลูกค้าในตลาดก่อนที่จะเข้าไปลงทุน เนื่องจากกฎหมายการลงทุนยังมีความซับซ้อน และการดำเนินการต่างๆ ตามกฎหมายต้องอาศัยคนท้องถิ่นในการตีความและแนวทางปฏิบัติ อีกทั้งควรมีที่ปรึกษากฎหมายที่รู้กฎหมายของอินโดนีเซีย

ที่มา: กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ



SWOT ของอินโดนีเซีย

Strength (จุดแข็ง)

(1) เป็นตลาดใหญ่ มีจำนวนประชากรประมาณ 255.7 ล้านคน หรือครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดใน ASEAN

(2) ประชากรที่มีฐานะดี แม้จะมีไม่เกินร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด หรือประมาณ

20-30 ล้านคน แต่มีกำลังซื้อสูงมากและนิยมสินค้าที่มีคุณภาพ

(3) เป็นประเทศที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ เช่น น้ำมัน ถ่านหิน แร่ธาตุ และป่าไม้ เป็นต้น

(4) มีจำนวนแรงงานมาก และค่าแรงถูก

Opportunity (โอกาส)

(1) ปริมาณความต้องการสินค้าและบริการสูง เนื่องจากมีจำนวนประชากรมาก สินค้าที่ผลิตได้ในประเทศ บางประเภทไม่เพียงพอต่อความต้องการและต้องนำเข้า

(2) อยู่ระหว่างการพัฒนาประเทศ

(3) รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศอย่างชัดเจนโดยเฉพาะบางสาขาธุรกิจ

Weakness (จุดอ่อน)

(1) ประชากรส่วนใหญ่มีฐานะยากจน

(2) กฎหมายและกฎระเบียบบางอย่าง ไม่มีความชัดเจนและโปร่งใส

(3) ระบบราชการที่มีกระบวนการมาก ซับซ้อนและยุ่งยากยังมีปัญหาเรื่องการคอร์รัปชั่นในระบบราชการ

Threat (อุปสรรค)

(1) มีการกำหนดมาตรการทางการค้า ในลักษณะที่เป็นการกีดกันทางการค้า เช่น มาตรการห้ามนำเข้า ใบอนุญาตนำเข้า มาตรการด้านสุขอนามัยเป็นต้น

(2) ตลาดอินโดนีเซีย มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ เช่น จากจีน เวียดนาม และอินเดีย เป็นต้น

ที่มา: กระทรวงพาณิชย์ (คู่มือการค้าและการลงทุน)

singulaire singulair mini singulair 4 mini
voltarene 100 ningchao.net voltarenplast
loperamide dosage loperamida para que es loperamida vademecum
loperamide dosage policereference.co.uk loperamida vademecum
seroquel notice seroquel xr seroquel xr
coversyl plus read coversyl 4 mg
cialis 20mg femchoice.org cialis
renova site renovation viborg
colorado cloradex prezzo cloradex
cialis cialis 20 mg prezzo cialis
lisinopril and alcohol s467833690.online.de lisinopril 5 mg
lisinopril and alcohol lisinopril 5 mg lisinopril 5 mg
lisinopril and alcohol go lisinopril 5 mg
radikalische polymerisation ourblog.bebrand.tv radikal

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.ditp.go.th

 

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.dtn.go.th

 

Global Trade Atlas.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.gtis.com/gta

 

ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (EIU).(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก eiu.thaieei.com

ข้อมูลการค้าไทย-อินโดนีเซีย

ความสัมพันธ์ทางการค้าไทย-อินโดนีเซีย

     1.1 ภาครัฐบาล

1) ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการเก็บภาษีซ้อน (25 มีนาคม 2524)

      2) ความตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการไทย-อินโดนีเซีย และมีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วม (Joint Committee: JC) (18 มกราคม 2535)

3) ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (17 กุมภาพันธ์ 2541)

4) ความตกลงทางการค้า (Trade Agreement) ไทย-อินโดนีเซีย (16 พฤศจิกายน 2554)

      1.2 ภาคเอกชน

1) ข้อตกลงความร่วมมือระหว่างหอการค้าและอุตสาหกรรมอินโดนีเซีย-คณะกรรมการร่วมสภาหอการค้า

แห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย (กกร.) (Agreement of

Cooperation between the Indonesia Chamber of Commerce and Industry and the Joint

Standing Committee on Commerce, Industry and Banking) (17 กุมภาพันธ์ 2531)

2) ข้อตกลงความร่วมมือระหว่างหอการค้าไทย-หอการค้าและอุตสาหกรรมอินโดนีเซีย (Agreement of

Cooperation between The Indonesia Chamber of Commerce and Industry and The Thai

Chamber of Commerce) (23 เมษายน 2545)

3) บันทึกความเข้าใจเพื่อการจัดตั้งสภาธุรกิจไทย - อินโดนีเซีย (Thai-Indonesian Business Council)

(27 พฤษภาคม 2546) มีการประชุมร่วมระหว่างสภาธุรกิจไทย- อินโดนีเซีย และอินโดนีเซีย-ไทย

มาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรก ที่อินโดนีเซีย เมื่อ 26 เมษายน 2547 ณ กรุงจาการ์ตา โดยทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงร่วม

ในการพัฒนาความร่วมมือระหว่างกัน และครั้งที่ 2 เมื่อ 31 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน 2550 ณ กรุงเทพฯ

 

 

singulaire deploymentshare.com singulair 4 mini
seroquel notice seroquel xr seroquel xr
seroquel notice link seroquel xr
euthyrox 75 site euthyrox wirkstoff
levitrans blog.pelagicfm.com levitra koupit
coversyl plus twodrunkmoms.com coversyl 4 mg
renovar certificado digital modelus.com renovacion pasaporte
nolvadex 20mg nolvadex homme nolvadex prix maroc
canesten gyno zwanger thebaileynews.com canesten kruidvat
januvia price januvia januvia 100 mg
erythromycin mrsa erythromycin side effects nz erythromycin dose
radikalische polymerisation ourblog.bebrand.tv radikal

1. มีผลใช้บังคับแล้ว

1.1   ภายใต้กรอบอาเซียน จำนวน 7 กรอบความตกลง

1.1.1         อาเซียน (ATIGA, AFAS, ACIA)

1.1.2         อาเซียน-จีน (ACFTA)

1.1.3         อาเซียน-ญี่ปุ่น (AJCEP)

1.1.4         อาเซียน-เกาหลีใต้ (AKFTA)

1.1.5         อาเซียน-อินเดีย (AIFTA)

1.1.6         อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (AANZFTA)

1.1.7         อาเซียน-ฮ่องกง (AHKFTA AHKIA)

1.2   ภายใต้กรอบทวิภาคี จำนวน 3 ฉบับ

1.2.1         ญี่ปุ่น ปากีสถาน และชิลี

1.3   ภายใต้กรอบอื่นๆ จำนวน 1 ฉบับ

1.3.1         Preferential Tariff Arrangement-Group of Eight Developing Countries (PTA-D8)

2. ลงนามแล้ว แต่ยังไม่มีผลใช้บังคับ

2.1   ภายใต้กรอบอาเซียน จำนวน 1 ฉบับ

2.1.1         RCEP (ลงนาม 15 พฤศจิกายน 2563)

2.2   ภายใต้กรอบทวิภาคี จำนวน 4 ฉบับ

2.2.1         Trade Preferential System of the Organization of the Islamic Conference (TPS-OIC) (ลงนาม 1 มกราคม 2557) EFTA (ลงนาม 16 ธันวาคม 2561) ออสเตรเลีย และโมซัมบิก

3. อยู่ระหว่างการเจรจา

3.1   ภายใต้กรอบทวิภาคี จานวน 6 ฉบับ

3.1.1 อินเดีย สหภาพยุโรป เกาหลีใต้ ตุรกี โมร็อกโค และตูนีเซีย

ที่มา: https://aric.adb.org/fta-country

เลขที่ 57 ชั้น 6 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม
ถนน พระสุเมรุ (บางลำภู) เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
โทรศัพท์ : (66) 02-280-7272 อีเมล : contact@ee.mail.go.th
Fax : (66) 02-280-7277, (66) 02-280-7273

Copyright © 2021 Electrical and Electronics Institute. All Rights Reserved